ในยุคที่เทคโนโลยีบล็อกเชนพัฒนาอย่างรวดเร็ว หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญคือการทำให้เครือข่ายต่างๆ สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ โดยไม่ต้องอาศัยตัวกลางหรือกระบวนการที่ซับซ้อน ZetaChain จึงถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับแนวคิด “Omnichain” ที่ตอบโจทย์นี้อย่างชัดเจน บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับ ZETA Coin ทั้งในแง่โครงสร้างพื้นฐาน จุดเด่น การใช้งาน ความเสี่ยง และแนวโน้มในอนาคต เพื่อประกอบการตัดสินใจเชิงลงทุนอย่างรอบคอบ
ZetaChain ได้อัปเกรด ZetaClient เวอร์ชันใหม่ เมื่อพ.ย. 2025 ช่วยเพิ่มความเร็วและลดค่าธรรมเนียมธุรกรรมข้ามเชน พร้อมรองรับ Omnichain Smart Contract ที่สามารถเรียกใช้งานหลายเชน (เช่น BTC, ETH, BNB) จากบล็อกเดียวได้ทันที
ฟีเจอร์ใหม่นี้ถือเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ลดความซับซ้อนของการพัฒนาแอปข้ามเชน และเปิดทางให้ DeFi และ Web3 เติบโตบนระบบนิเวศ ZetaChain ได้มากยิ่งขึ้น (Ref. coinmarketcap.com)
กลางปี 2025 ZetaChain เปิดตัวแคมเปญ “Summer ’25” เชิญชวนผู้ใช้งานและนักพัฒนาทั่วโลกเข้าร่วมกิจกรรม “Learn & Earn” และโปรแกรม Dev Cohort เพื่อสร้าง Universal dApps บนเครือข่าย ZetaChain แคมเปญนี้ช่วยขยายฐานผู้ใช้และสนับสนุนนักพัฒนาในการสร้างแอปที่ทำงานข้ามเชนได้ง่ายขึ้น (Ref. cryptocalendar.ai)
ZetaChain ประกาศความร่วมมือกับ Google Cloud ให้เข้าร่วมเป็น Validator Node ของ mainnet และ testnet เพื่อยกระดับความปลอดภัยและเสถียรภาพของเครือข่าย ความร่วมมือนี้ยังเปิดทางให้นักพัฒนาใช้โครงสร้างพื้นฐานของ Google Cloud ร่วมกับ ZetaChain ได้อย่างไร้รอยต่อ (Ref. cointrust.com)
ZetaChain (ZETA) คือบล็อกเชน Layer 1 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานแบบ “Omnichain” หรือการเชื่อมต่อข้ามเครือข่ายบล็อกเชนต่าง ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายแบบ Smart Contract เช่น Ethereum หรือเครือข่ายที่ไม่มี Smart Contract อย่าง Bitcoin โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวช่วยกลางแบบเดิม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานของระบบนิเวศ Web3 ทั้งหมด
โทเคน ZETA ทำหน้าที่เป็นเหรียญหลักของเครือข่าย ใช้ในการจ่ายค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม การสเตกเพื่อรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย และเป็นตัวกลางในการโอนมูลค่าระหว่างเชนต่าง ๆ อีกด้วย
ระบบนิเวศน์ของ ZETA Coin คือส่วนประกอบและบริการต่าง ๆ ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานและการใช้งานของเครือข่าย ZetaChain ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุม ซึ่งประกอบด้วยหลายส่วนสำคัญดังนี้
ZetaChain เป็นบล็อกเชนประเภท Layer 1 ที่ใช้ Cosmos SDK และ Tendermint Consensus เพื่อให้การทำธุรกรรมรวดเร็วและปลอดภัย โดยสามารถเชื่อมต่อกับบล็อกเชนต่างๆ ได้โดยตรง เช่น Bitcoin, Ethereum, Solana และอื่น ๆ โดยไม่ต้องใช้การห่อเหรียญหรือสะพานเชื่อมแบบเดิมๆ
โทเคน ZETA เป็นสกุลเงินหลักของระบบนิเวศน์ ZetaChain ใช้สำหรับ:
ZetaChain รองรับการพัฒนาแอปพลิเคชันที่สามารถทำงานข้ามบล็อกเชนได้จากสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ชุดเดียว ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแอปพลิเคชัน
ZetaChain ใช้โครงสร้างผู้ตรวจสอบ (Validator) ที่ทำหน้าที่ทั้งการตรวจสอบธุรกรรมและการสังเกตการณ์ (Observation) บล็อกเชนภายนอก ผ่าน Chain Abstraction Framework (CAF) ซึ่งช่วยให้สามารถทำธุรกรรมข้ามบล็อกเชนได้โดยตรง
การทำความเข้าใจโทเคนโนมิกส์ของ ZETA Coin เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการวิเคราะห์ศักยภาพของเหรียญนี้ในระยะยาว โดยเหรียญ ZETA มีอุปทานทั้งหมดสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 2,100,000,000 เหรียญ และมีอุปทานหมุนเวียนในตลาดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1,170,000,000 เหรียญ ซึ่งคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของอุปทานรวมทั้งหมด การกระจายเหรียญยังเน้นให้กับการใช้งานในระบบนิเวศจริง ทั้งในด้านการชำระค่าธรรมเนียม (Gas), การ Staking เพื่อความปลอดภัยของเครือข่าย และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจผ่านระบบ Governance โดยผู้ถือเหรียญ ZETA
นอกจากนี้ ZETA ยังมีการใช้กลไก “Burn และ Mint” สำหรับธุรกรรมข้ามเชน กล่าวคือ เมื่อมีการโอนเหรียญ ZETA จากเชนหนึ่งไปยังอีกเชนหนึ่ง เหรียญจะถูก Burn บนเชนต้นทาง และ Mint ใหม่บนเชนปลายทาง เพื่อรักษาความสมดุลของอุปทานในระบบแบบ 1:1 ช่วยป้องกันการเกิดเหรียญซ้ำหรือการใช้งานซ้อน ซึ่งเป็นการออกแบบที่เหมาะสมสำหรับแพลตฟอร์มที่ต้องการเชื่อมต่อหลายเชนอย่าง ZetaChain
ภาพรวมของ Tokenomics แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างที่เน้นการใช้งานจริง มากกว่าการปั่นราคา และสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศในระยะยาวอย่างมีเสถียรภาพ
ทีมพัฒนา ZETA Coin หรือ ZetaChain มาจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านบล็อกเชนและเทคโนโลยี Web3 โดยเฉพาะ ทีมงานนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างระบบนิเวศน์ Omnichain ที่เชื่อมต่อบล็อกเชนต่างๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ และลดความซับซ้อนของการโอนข้อมูลและมูลค่าข้ามเครือข่าย
ผู้ก่อตั้งและทีมหลักประกอบด้วยผู้ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาบล็อกเชน รวมถึงนักวิจัยและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีความรู้ลึกซึ้งด้านระบบกระจายศูนย์ (distributed systems) และความปลอดภัยของเครือข่าย blockchain โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้ Web3 ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย
ZetaChain (ZETA) โดดเด่นในฐานะบล็อกเชน Layer 1 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานข้ามเครือข่าย (Omnichain) อย่างแท้จริง โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้
ZETA Coin (ZETA) เป็นโทเคนดิจิทัลหลักของเครือข่าย ZetaChain ซึ่งเป็นบล็อกเชน Layer 1 ที่รองรับการทำงานข้ามเครือข่าย (Omnichain) โดยมีการใช้งานหลักๆ ดังนี้
ZETA Coin ยังคงเป็นหนึ่งในเหรียญที่น่าจับตาในตลาดคริปโต โดยเฉพาะในปี 2026 ที่มีปัจจัยหนุนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของแอปพลิเคชันแบบ Universal dApps จากแคมเปญ Summer ’25 ซึ่งช่วยดึงผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบนิเวศมากขึ้น การรองรับ smart contract แบบหลายเชนในบล็อกเดียว และความร่วมมือกับ Google Cloud ที่เข้ามาเป็น Validator Node ช่วยยกระดับความมั่นคงของเครือข่าย ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงพื้นฐานโปรเจกต์ที่แข็งแรงและมีทิศทางพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำหรับแนวโน้มราคา ปี 2026 แหล่งข้อมูลจาก Changelly คาดการณ์ว่า ZETA จะมีการเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง $0.054–$0.06 ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของระบบนิเวศและความนิยมของ dApps ที่พัฒนาอยู่บนแพลตฟอร์ม แม้จะยังมีความผันผวนสูง แต่หากการนำไปใช้งานจริงเพิ่มขึ้น โอกาสในการเติบโตของเหรียญนี้ก็ยังเปิดกว้าง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ เพราะคริปโตยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเสมอ
ZETA Coin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนสูง ราคาของเหรียญอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้อย่างไม่คาดคิด นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านราคานี้
เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนและ DeFi ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น การเปลี่ยนแปลงในนโยบายหรือกฎหมายของหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการยอมรับของ ZETA Coin ในตลาดได้
ตลาดบล็อกเชน Layer 1 และโซลูชันการทำงานข้ามเครือข่ายมีการแข่งขันสูง โดยมีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Polkadot, Cosmos และ Avalanche การแข่งขันในด้านเทคโนโลยีและการขยายฐานผู้ใช้อาจส่งผลต่อการเติบโตของ ZETA Coin
ราคาสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ของเหรียญ ZetaChain (ZETA) อยู่ที่ $2.85 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2024ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap และ CoinGecko
หลังจากนั้น ราคาของ ZETA มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2025) ราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $0.23 คิดเป็นการลดลงมากกว่า 90% จากจุดสูงสุดดังกล่าว
ZetaChain รองรับการเชื่อมต่อกับบล็อกเชนหลากหลายเครือข่าย ทั้งที่มีและไม่มีความสามารถในการรัน Smart Contract โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
บล็อกเชนที่ ZetaChain รองรับ ได้แก่:
ZetaChain ยังมีแผนที่จะรองรับเครือข่ายอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต เช่น TON เพื่อขยายขอบเขตของการทำงานร่วมกันระหว่างบล็อกเชนต่าง ๆ
ZETA Coin ถือเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ “น่าจับตา” มากกว่าจะเหมาะสำหรับการถือครองในระยะยาว ณ เวลานี้ โดยเหมาะสำหรับนักลงทุนที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้สูง และมีความสนใจในโปรเจกต์ที่นำเสนอนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยเฉพาะในด้านการเชื่อมต่อข้ามเครือข่าย (Cross-chain) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตในระบบนิเวศ Web3 อย่างไรก็ตาม ZETA ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาและการยอมรับในวงกว้าง จึงมีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูงทั้งในเชิงเทคนิคและมูลค่าตลาด
สำหรับนักลงทุนระยะยาว ควรพิจารณาติดตามความคืบหน้าด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การใช้งานจริงของ dApps บนเครือข่าย และอัตราการขยายตัวของฐานผู้ใช้ ก่อนตัดสินใจลงทุนในระดับที่มีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ควรมีการกระจายความเสี่ยงโดยไม่ถือครอง ZETA Coin เป็นสินทรัพย์หลักเพียงตัวเดียวในพอร์ตการลงทุน เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่ยังมีความผันผวนสูง
ZETA Coin เป็นโทเคนประจำเครือข่าย ZetaChain ซึ่งเป็นบล็อกเชน Layer 1 ที่พัฒนาเพื่อรองรับการทำงานแบบ Omnichain อย่างแท้จริง โดยมุ่งเชื่อมต่อเครือข่ายบล็อกเชนต่าง ๆ ทั้งที่มีและไม่มี Smart Contract ด้วยจุดเด่นด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ZETA Coin จึงกลายเป็นเหรียญที่น่าจับตาในกลุ่มโปรเจกต์ DeFi และ Web3 ที่เน้นการเชื่อมโยงระหว่างเชน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะความผันผวนของราคา ความไม่แน่นอนของการยอมรับในตลาด
คำเตือน
*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการให้คำแนะนำทางการเงินแต่อย่างใด
อ้างอิง