Bitazza Thailand Blog

Bitcoin 101: คู่มือที่ควรอ่านก่อนลงทุนในปี 2026

เขียนโดย Bitazza Team - 30 ม.ค. 2026, 8:15:00

 

ย้อนไปหลายปีก่อน คำถามว่า “Bitcoin คืออะไร” น่าจะเป็นหัวข้อที่ได้รับการหยิบขึ้นมาสนทนากันไม่น้อย แม้ปัจจุบันกระแสของสินทรัพย์ดิจิทัลอาจไม่ได้พุ่งขึ้นมาเป็นปรากฏการณ์เมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมา แต่ต้องยอมรับว่า ยังมีหลายคนให้ความสนใจเรื่องนี้ไม่น้อย บทความนี้จะพาผู้สนใจลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล คริปโตเคอร์เรนซี มาดูกันว่า จริง ๆ แล้ว Bitcoin คืออะไร มีจุดเด่นอย่างไร มีหลักการทำงานแบบไหน แล้วนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง 

 

ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับ Bitcoin

  • ประธาน Fed คนใหม่ ส่งสัญญาณบวกต่อ Bitcoin

ตลาดการเงินเริ่มคาดการณ์ประธาน Fed คนใหม่ หลัง Donald Trump ส่งสัญญาณเลือกตัวแล้ว โดยหนึ่งในตัวเต็งคือ Kevin Warsh นักเศรษฐศาสตร์ที่เคยแสดงความเห็นว่า Bitcoin อาจเป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่าที่ยั่งยืนเช่นเดียวกับทองคำ หากแนวคิดนี้สะท้อนนโยบายทางการเงิน อาจส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นตลาดคริปโตในระยะยาวอย่างแน่นอน (ref: siamblockchain.com)

  • Wallet ถือ Bitcoin เกิน 100 BTC สูงสุดเป็นประวัติการณ์

มีการเปิดเผยว่า จำนวน Wallet ที่ถือ Bitcoin มากกว่า 100 BTC ได้ทำ All-Time High สะท้อนการสะสมของผู้ถือรายใหญ่แม้ราคาจะผันผวน ซึ่งจำนวน Address ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2024 และชัดขึ้นในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นระยะยาวของนักลงทุนต่อ Bitcoin ที่มองเป็นสินทรัพย์จัดเก็บมูลค่ามากกว่าแค่เก็งกำไรระยะสั้น (ref: siamblockchain.com)

  • พลังสะอาดของ Bitcoin พุ่งทะลุ 56.7%

ปัจจุบันเครือข่าย Bitcoin ใช้พลังงานที่ยั่งยืนกว่า 56.7% ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปี 2021 ที่อยู่เพียง 34% สะท้อนทิศทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญ ESG ชี้ว่า การขุด Bitcoin ช่วยเร่งการลงทุนพลังงานหมุนเวียน ลดการปล่อยก๊าซมีเทน และเพิ่มเสถียรภาพให้ระบบไฟฟ้า ส่งผลให้ Bitcoin ถูกมองในฐานะนวัตกรรมด้านพลังงานและความยั่งยืนที่สำคัญของศตวรรษนี้ (ref: thunhoon.com)

 

Bitcoin คืออะไร

Bitcoin หรือ เหรียญ BTC คือ คริปโตเคอร์เรนซีที่ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะสื่อกลางเพื่อชำระสินค้า โดยใช้แลกเปลี่ยนได้เหมือนค่าเงินอื่น หากแต่เงินคริปโตไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของใครคนหนึ่ง ไม่ผ่านตัวกลาง มีคุณสมบัติของการกระจายศูนย์ หรือ Decentralized อีกทั้งได้ชื่อว่าเป็นเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย 

เดิมทีเหรียญ Bitcoin ถูกริเริ่มและได้รับการพัฒนาขึ้นจากฝีมือของนักพัฒนาหรือกลุ่มนักพัฒนาที่ใช้ชื่อแฝงว่า Satoshi Nakamoto และปล่อยออกมาสู่สาธารณชนเมื่อปี 2008 ปัจจุบันที่มาของผู้สร้าง Bitcoin ยังไม่ปรากฏตัวบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอย่างชัดเจนว่าคือใคร มีเพียงแค่ชื่อแฝงที่ได้ยินกันนั้น อีกทั้งตอนปล่อย Bitcoin ออกมาครั้งแรกนั้น ก็ได้เผยแพร่ออกมาผ่านการส่งไปยังอีเมลของกลุ่มรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และเข้าใจการสื่อสารของภาษา Cryptographers 

 

จุดเด่นของ Bitcoin  

หากกล่าวถึงจุดเด่นของเหรียญ Bitcoin แล้วนั้น อาจสรุปจุดเด่นหลัก ๆ ได้ ดังนี้ 

  • มีความกระจายศูนย์หรือ Decentralized

เครือข่าย Blockchain ที่พัฒนาเหรียญขึ้นมานั้น อยู่ภายใต้แนวคิดของการกระจายศูนย์ กล่าวคือ ทุกธุรกรรมที่บันทึกลงบล็อกบนเครือข่ายจะได้รับการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องจากเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกตัวที่เชื่อมต่อบนเครือข่ายดังกล่าว ข้อมูลทุกอย่างจะถูกส่งต่อและปรากฏอยู่ทุกโหนดที่เกี่ยวข้อง 

  • ลดความเสี่ยงภาวะเงินเฟ้อ

เพราะ Bitcoin ถูกพัฒนาและสร้างขึ้นมาด้วยปริมาณเหรียญที่หมุนเวียนจำกัดและตายตัว นั่นคือ มีเหรียญหมุนเวียนอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ อีกทั้งยังช่วยให้คาดการณ์อัตรามูลค่าเหรียญได้ ส่งผลให้ Bitcoin กลายเป็นสินค้าหายากที่หลายคนต้องการ จนส่งผลต่อมูลค่าราคาให้ดันสูงขึ้นไปได้ ต่างจากเงิน Fiat ที่มีซัพพลายเหรียญไม่จำกัด

  • เข้าถึงได้ทุกคน

ไม่เพียงแต่การเข้าถึงข้อมูลธุรกรรมของโหนดที่เชื่อมต่อกันบนเครือข่าย Blockchain เท่านั้น แต่ยังเป็นโปรโตคอลที่เปิดให้ผู้คนทั่วไปเข้าถึงและใช้งานได้ด้วย อีกทั้งยังสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาเหรียญได้ ส่งผลให้ Bitcoin จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีพลวัตและการขับเคลื่อนตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าสมาชิกในคอมมูนิตี้มีความเห็นในการพัฒนาเหรียญไปในทิศทางใด 

  • ค่าธรรมเนียมถูกกว่า

โดยทั่วไปแล้ว การทำธุรกรรมของ Bitcoin หรือเหรียญคริปโตฯ อื่น ๆ มักเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่า Gas อยู่ที่ราว 1% หรือน้อยกว่านั้น

  • สร้างความโปร่งใสในการลงทุนได้มากกว่า

เพราะ Bitcoin ได้รับการพัฒนาและดำเนินการบนเครือข่าย Blockchain เน้นการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ อีกทั้งยังบันทึกข้อมูลแบบที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ดัดแปลง หรือทำซ้ำได้ เพราะทุกการจัดเก็บข้อมูลธุรกรรมนั้น จำเป็นต้องได้รับการตรวจและยืนยันความถูกต้องตามกลไกการบริหารจัดการแบบ Decentralized 

 

 

เทคโนโลยีบล็อกเชนที่อยู่เบื้องหลัง Bitcoin 

  • Bitcoin ทำงานบน Public Blockchain เปิดให้ทุกคนเข้าถึง ตรวจสอบ และใช้งานได้อย่างอิสระ
  • ระบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ไม่มีตัวกลาง ข้อมูลจะไม่ถูกเก็บไว้ที่ศูนย์กลางใดศูนย์กลางหนึ่ง
  • ธุรกรรมตรวจสอบโดยเครือข่าย ทุกธุรกรรมต้องผ่านการยืนยันจากผู้ใช้งานในเครือข่ายก่อนบันทึกลงบล็อก
  • ข้อมูลโปร่งใส และแก้ไขย้อนหลังไม่ได้ ทุกคนสามารถตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชนได้
  • ใช้อัลกอริธึมรหัส SHA-256 เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการจัดเก็บข้อมูล และป้องกันการปลอมแปลงข้อมูล

 

กองทุน Bitcoin ETF คืออะไร

กองทุน Bitcoin ETF คือ กองทุนแลกเปลี่ยนลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่มุ่งเน้นให้ผู้ลงทุนเข้าถึงความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ได้ โดยผู้จัดการกองทุนจะซื้อสัญญาซื้อขายฟิวเจอร์ส และเก็บเข้ากองทุน

เดิมที กองทุน ETF (Exchange-Traded Fund) นับเป็นผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือทางการเงินที่ใช้อ้างอิงดัชนีสินทรัพย์อย่างหนึ่ง ว่าด้วยการถือครองสินทรัพย์และออกหลักทรัพย์ออกมาในรูปของหุ้นของกองทุนที่นำไปเทรดกันบนแพลตฟอร์ม Exchange โดยทั่วไปแล้ว กองทุน ETF จะเทรดกันในตลาดหุ้น เปิดให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนสินทรัพย์ที่หลากหลาย อีกทั้งเข้าถึงโอกาสซื้อขายหุ้นได้ในวันเทรด จุดที่น่าสนใจคือ นักลงทุนสามารถถือครองกองทุน ETF ที่มีหน่วยการลงทุนในหลายบริษัทได้ โดยที่ไม่ต้องไปถือหุ้นของบริษัทหลายตัวในคราวเดียว 

 

การใช้งานบิตคอยน์ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน Bitcoin ถูกนำไปใช้อย่างหลากหลายมากขึ้น ทั้งจากมูลค่าเหรียญที่เติบโต การแข่งขันของตลาด และการพัฒนา Blockchain ที่ช่วยให้การทำธุรกรรมมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยถูกนำไปใช้งานหลัก ๆ คือ

  • ใช้เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน

Bitcoin เริ่มถูกนำมาใช้ซื้อสินค้าและบริการในบางร้านค้าและบางประเทศ โดยสามารถทำธุรกรรมผ่าน QR Code หรือแอปพลิเคชันที่หน้าร้านค้าได้ เช่น Starbucks, Burger King, Subway, Gucci, Balenciaga และ TAG Heuer ในบางประเทศ นอกจากนี้ร้านค้าออนไลน์และแพลตฟอร์ม E-Commerce อย่าง Shopify ก็รองรับการชำระเงินด้วยบิตคอยน์แล้ว

  • ใช้เพื่อการลงทุนและเก็งกำไร

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Bitcoin เป็นคริปโตยอดฮิตในหมู่นักลงทุนและนักเก็งกำไรที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2009 ถึงปัจจุบัน ซึ่งกระแสความนิยมของเหรียญส่งผลให้ราคาเหรียญปรับตัวสูงขึ้นอยู่เรื่อย ๆ

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการใช้งานของ Bitcoin ยังคงเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหวไปตามกระแสตลาดและสภาพเศรษฐกิจโลกอยู่เสมอ

 

 

ข้อดีและข้อเสียของ Bitcoin 

แม้ว่า Bitcoin จะได้ชื่อว่าเป็นเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับการพัฒนาขึ้นมาบนเครือข่าย Blockchain ที่มีทั้งเรื่องความปลอดภัย ความโปร่งใส และบริหารจัดการธุรกรรมแบบกระจายศูนย์แล้วนั้น แต่ต้องยอมรับว่า สินทรัพย์ดังกล่าวก็มีข้อดีและข้อเสียที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมเช่นกัน ดังนี้ 

ข้อดีของ Bitcoin 

  • ได้รับการขนานนามและยกให้เป็น Digital Gold เพราะการสร้างและผลิตเหรียญนั้นกำหนดจำนวนที่จำกัดตายตัว นั่นก็คือ มีเหรียญหมุนเวียนในระบบอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ หากเทียบกับเงิน Fiat แล้วนั้น เงิน Fiat อาจมีมูลค่าลดลงได้หากสถานการเงินผลิตเงินเหล่านั้นเพิ่มมากขึ้นมาเรื่อย ๆ 

  • ช่วยกระจายความเสี่ยงและทำให้การลงทุนมีความหลากหลาย หากลงทุน Bitcoin เพิ่มเข้าไปในเปอร์เซ็นต์เล็กน้อย จะช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนได้ เพราะความเคลื่อนไหวราคาของ Bitcoin ต่างจากความเคลื่อนไหวมูลค่าของสินทรัพย์แบบเดิมอย่างหุ้นหรือพันธบัตร ซึ่งช่วยกระจายโอกาสและความเสี่ยงในการลงทุนได้อย่างสมดุล 

  • มีโอกาสทำกำไรได้มาก หลายคนมองว่า Bitcoin และเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีอีกหลายเหรียญนั้นมีโอกาสทำราคาได้สูง ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสการได้รับผลตอบแทนในการลงทุนมากขึ้น 

 

ข้อเสียของ Bitcoin 

  • มูลค่าสินทรัพย์ผันผวนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการลงทุนสินทรัพย์ประเภทอื่น เห็นได้จากปรากฏการณ์ราคา Bitcoin ที่พุ่งขึ้นสูงถึง 65,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 ก่อนร่วงลงมาอยู่ที่ราว ๆ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงปีหลังจากนั้น 

  • เสี่ยงประสบภัยอาชญากรรมในโลกไซเบอร์ หรือที่รู้จักกันดีในรูปแบบของการถูกแฮ็กหรือสแกมเมอร์ต่าง ๆ ซึ่งพบเจอได้บ่อยมากในกรณีการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะคริปโตเคอร์เรนซี มักปรากฏข่าวที่แพลตฟอร์ม Exchange หรือวอลเล็ตคริปโตฯ มักถูกโจมตี จนสูญมูลค่าของเหรียญที่ลงทุนไปมากมาย 

  • ข้อจำกัดจากหน่วยงานกำกับดูแลการลงทุนสินทรัพย์ในแต่ละพื้นที่ อาจยังไม่สนับสนุนให้เกิดการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลมากนัก โดยหลายพื้นที่ทั่วโลกยังไม่ได้มีกฎรับรองหรือเอื้อให้การลงทุนสินทรัพย์ปลอดภัยและสะดวกมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความเป็นไปของตลาดลงทุนประเภทนี้ 

 

ทำไม Bitcoin ถึงเป็นที่นิยม

  • คริปโตแรกของโลก

Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลตัวแรกที่ถือกำเนิดขึ้น เลยได้รับการยอมรับในฐานะต้นแบบและมาตรฐานของตลาดคริปโต

  • ความหายากและกลไกจำกัดจำนวนเหรียญ

Bitcoin ถูกออกแบบให้มี Maximum Supply สูงสุดเพียง 21 ล้านเหรียญ ทำให้เปรียบได้กับสินทรัพย์หายาก ต่างจากเงินเฟียตที่สามารถพิมพ์ได้เพิ่มได้ไม่จำกัด Bitcoin จึงถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ และแหล่งเก็บมูลค่าในระยาวเหมือนกับทองในโลกจริง

  • การยอมรับที่มากขึ้นในภาคธุรกิจและสถาบัน

ปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยี ร้านค้า และแพลตฟอร์ม E-Commerce จำนวนมากต่างก็เริ่มรองรับการชำระเงินด้วย Bitcoin อีกทั้งบางสถาบันและกองทุนก็เริ่มนำ Bitcoin เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนอีกด้วย

  • บทบาทของสินทรัพย์ลงทุนทางเลือก

Bitcoin มีศักยภาพในการเติบโตสำหรับมูลค่าในระยะยาว แม้จะมีความผันผวนสูง แต่ด้วยผลตอบแทนในอดีตทำให้ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่นักลงทุนใช้กระจายความเสี่ยงควบคู่ไปกับหุ้น ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์

 

 

 

การซื้อและขายบิตคอยน์

ผู้สนใจเริ่มต้นซื้อเหรียญ Bitcoin ไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนนั้น นอกจากศึกษาความเป็นไปของตลาด ทิศทางและแนวโน้มราคาของสินทรัพย์แล้ว การเลือกแพลตฟอร์ม Exchage ก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดย Bitazza เป็นอีกทางเลือกของแพลตฟอร์มการเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย โดยสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนได้ง่าย ๆ ดังนี้ 

  • สมัครสมาชิกกับ Bitazza ลงทะเบียนเปิดบัญชีสำหรับใช้งานในเว็บไซต์ Bitazza 
  • เข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่านที่ใช้ลงทะเบียน พร้อมตรวจสอบการเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตน 2FA 
  • เข้าใช้งานเมนู “ตลาด” เพื่อสำรวจความเป็นไปของตลาดและราคาสินทรัพย์ 
  • เลือกคู่สินทรัพย์เหรียญที่ต้องการซื้อ โดยปัจจุบันระบบรองรับการจับคู่เหรียญ BTC/THB 
  • พิจารณาความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ของคู่เหรียญที่เลือก โดยจะแสดงผลออกมาเป็นกราฟหลากหลายรูปแบบ 
  • เมื่อพิจารณาจนตัดสินใจได้แล้ว ให้เลือกปุ่ม “ซื้อ” เพื่อกรอกรายละเอียดข้อมูลอื่น ๆ ต่อไป 
  • ระบุราคาสินทรัพย์ที่ต้องการซื้อ พร้อมใส่จำนวนเหรียญที่ต้องการซื้อ เมื่อตรวจสอบรายละเอียดเรียบร้อยแล้วนั้น ให้ยืนยันรายละเอียด
  • ระบบจะดำเนินการทำธุรกรรม โดยอัปเดตยอดเงินอัตโนมัติ ถือเป็นการทำธุรกรรมเสร็จสิ้น

 

Conclusion

อาจกล่าวได้ว่า การลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะคริปโตเคอร์เรนซีนั้น ยังคงหัวข้อที่นักลงทุนหรือผู้สนใจให้ความสำคัญอยู่ ถึงอย่างนั้น ทุกการซื้อขายสินทรัพย์และธุรกรรมการลงทุนล้วนต้องอาศัยวิจารณญาณในการศึกษาข้อมูลสินทรัพย์แต่ละตัว ความเคลื่อนไหวของมูลค่าสินทรัพย์ ตลอดจนสภาพการณ์ภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางการลงทุน ผู้ลงทุนจึงควรทำเข้าใจเรื่องดังกล่าว พร้อมอัปเดตข่าวความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจต่อไป

 

 

คำเตือน

  • คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  • ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต

หมายเหตุ มุมมอง ข้อมูลความรู้ และความคิดเห็นถือมาเป็นเนื้อหาที่มาจากปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ถือเป็นการแสดงออกจากบริษัท บิทาซซ่า จำกัดและพนักงาน เนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน

 

อ้างอิง