Polygon (Matic) คือเครือข่ายบล็อกเชนซึ่งเปิดตัวในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2017 ก่อตั้งโดย Jaynti Kanani, Sandeep Nailwal และ Anurag Arjun โดย Polygon นั้นมีชื่อเดิมว่า Matic Network ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็น Polygon ในปี ค.ศ. 2021
Polygon (เดิมชื่อ Matic Network) คือเครือข่ายบล็อกเชนที่อยู่บนเลเยอร์ที่ 2 (Layer-2) ทำงานบนเครือข่ายบล็อกเชน Ethereum อีกชั้นหนึ่งโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับเครือข่ายเดิม เป็นเครือข่ายบล็อกเชนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การสร้างและการเชื่อมต่อบล็อกเชนที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มขีดความสามารถด้านความเร็วและค่าธรรมเนียมที่สูง รวมถึงประสิทธิภาพของเครือข่าย Ethereum ซึ่งเป็นหนึ่งในบล็อกเชนที่มีความนิยมสูงที่สุดในโลก
Polygon จึงไม่ได้เป็นแค่บล็อกเชนเดียว แต่เป็นโครงสร้างที่ช่วยให้บล็อกเชนต่างๆ สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย Polygon พยายามที่จะลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมและเพิ่มความเร็วในการดำเนินการให้เร็วขึ้น
หลักการทำงานของ Polygon ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายบล็อกเชนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะ Ethereum ซึ่งยังมีข้อจำกัดในด้านความเร็วในการทำธุรกรรมและค่าธรรมเนียมที่สูง แต่ยังคงเน้นเรื่องการรักษาความปลอดภัย ด้วยการใช้ Plasma Chains เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการปรับขนาดของเครือข่ายบน Layers-2 และ PoS Chain และเพื่อแก้ปัญหาอีกหลายอย่าง ได้แก่
Polygon มีประโยชน์หลายประการทั้งในมุมมองของนักพัฒนาและผู้ใช้งานทั่วไป รวมไปถึงการช่วยให้ Ethereum สามารถรองรับการเติบโตที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต
Polygon มีข้อดีหลายประการ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้หลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น
เนื่องจากค่าธรรมเนียมที่ถูก และการทำธุรกรรมที่รวดเร็ว จึงทำให้ผู้ใช้หันมาใช้งาน Polygon ในการดำเนินธุรกรรมต่างๆ
Staking คือกระบวนการที่ผู้ถือเหรียญสามารถล็อกเหรียญ MATIC ไว้ในเครือข่าย Polygon เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับระบบและรับผลตอบแทนเป็นเหรียญ MATIC ซึ่งสามารถนำไปใช้ในธุรกรรมบน Polygon หรือขายเพื่อทำกำไรได้
Polygon ยังรองรับการทำงานร่วมกับโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ที่ต้องการทำงานกับบล็อกเชนเช่นการใช้งานในวงการเกม, การใช้ในระบบการติดตามห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain), การพัฒนาแพลตฟอร์ม NFT, หรือแม้แต่การทำการเงินในรูปแบบของระบบนิเวศ (Ecosystem)
Matic เปลี่ยนชื่อเป็น Polygon ในวงการบล็อกเชนและคริปโตฯ Matic Network เป็นที่รู้จักกันดีอยู่ในฐานะเป็นโซลูชั่นที่ช่วยแก้ปัญหาความช้าและค่าธรรมเนียมสูงในเครือข่าย Ethereum โดยการทำงานในฐานะ Layer 2 แต่ล่าสุด Matic ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Polygon เพื่อสะท้อนถึงการขยายตัวและการพัฒนาฟีเจอร์ที่หลากหลายมากขึ้น
การเปลี่ยนชื่อจาก Matic เป็น Polygon เป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางใหม่ของโปรเจ็กต์ Polygon ที่ไม่ได้มีแค่การช่วยปรับปรุง Ethereum แต่ยังรองรับบล็อกเชนอื่นๆ และให้บริการในระบบที่มีหลายเครือข่าย (Multi-chain ecosystem) ซึ่งถือเป็นการขยายขอบเขตให้กว้างขึ้น ก่อนหน้านี้ Matic เน้นการเพิ่มความเร็วและลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบน Ethereum แต่ด้วยการที่ Polygon ได้พัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถสร้างบล็อกเชนของตัวเองได้ง่ายขึ้น ก็เลยเห็นว่า การใช้ชื่อ Polygon จะเหมาะสมกว่าและสื่อถึงภาพรวมของโปรเจ็กต์ที่ครบวงจร
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Polygon (เดิมชื่อ Matic) กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้งานในโลกบล็อกเชน โดยเฉพาะในเครือข่าย Ethereum ที่มักจะประสบปัญหาค่าธรรมเนียมสูงและการทำธุรกรรมที่ช้า แต่อนาคตของ Polygon จะเป็นอย่างไร? มีแผนการอะไรที่น่าสนใจบ้าง? และเราควรระวังความเสี่ยงอะไรในการลงทุนหรือใช้งาน Polygon? มาดูกัน
Polygon ตั้งเป้าที่จะเป็น "อินเทอร์เน็ตของบล็อกเชน" ซึ่งจะเชื่อมโยงเครือข่ายบล็อกเชนหลายๆ ระบบเข้าด้วยกัน โดยไม่จำกัดแค่ Ethereum เท่านั้น แพลตฟอร์มนี้รองรับทั้งโซลูชัน Layer 2 ต่างๆ และยังรองรับการสร้างบล็อกเชนแบบที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ (Customizable chains) ซึ่งจะช่วยให้โปรเจ็กต์ต่างๆ สามารถสร้างบล็อกเชนของตัวเองได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้น Polygon มุ่งเน้นการสนับสนุนการสร้างแอปพลิเคชันที่กระจายศูนย์ (Decentralized Applications - DApps) และโปรโตคอลทางการเงินแบบกระจาย (Decentralized Finance - DeFi) เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้บริการที่เร็วและถูกกว่าการใช้บล็อกเชนหลักอย่าง Ethereum โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมที่สูงเกินไป
อนาคตของ Polygon ดูเหมือนจะสดใสในหลายๆ ด้าน ด้วยการขยายตัวของตลาด DeFi, NFT, และการใช้บล็อกเชนในธุรกิจต่างๆ Polygon สามารถเติบโตต่อไปได้อีกมาก โดยเฉพาะการที่มันมีเป้าหมายในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบบล็อกเชนหลายๆ ระบบที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ซึ่งจะทำให้ Polygon สามารถรองรับการเติบโตของการใช้งานที่หลากหลาย
อย่างไรก็ตาม Polygon ยังมีความเสี่ยงจากการที่ต้องพึ่งพา Ethereum หาก Ethereum มีปัญหาหรือมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญอาจส่งผลกระทบต่อ Polygon ด้วย นอกจากนั้นยังมีการแข่งขันกับโซลูชั่น Layer 2 อื่น ๆ ที่กำลังพัฒนา หากโซลูชั่นเหล่านั้นสามารถพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพก็จะทำให้ Polygon เป็นที่นิยมน้อยลงได้ หาก Polygon สามารถรักษาความสามารถในการปรับขนาดและลดค่าธรรมเนียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักในการสร้างแอปพลิเคชันหรือการทำธุรกรรมในโลกบล็อกเชน
Polygon มีโครงการที่น่าสนใจในการสร้างเครือข่ายบล็อกเชนที่เชื่อมโยงหลายๆ ระบบ และรองรับการพัฒนาแอปพลิเคชันต่างๆ โดยเฉพาะในด้าน DeFi, NFT และการพัฒนาเครือข่ายหลายๆ บล็อกเชน การที่ Polygon สามารถลดค่าธรรมเนียมและเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรมได้ เป็นจุดเด่นที่สำคัญในการดึงดูดนักพัฒนาและผู้ใช้งานเข้ามา
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ต้องระวังคือการแข่งขันจากโซลูชันอื่นๆ, ความเสี่ยงจากการพึ่งพา Ethereum และการพัฒนาในอนาคตที่อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของ Polygon ซึ่งควรติดตามและศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการตัดสินใจในการใช้งานหรือการลงทุน
อนาคตของ Polygon ขึ้นอยู่กับการที่มันจะสามารถพัฒนาและปรับตัวได้ดีเพียงใดในยุคที่บล็อกเชนและคริปโตฯ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
คำเตือน
*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการให้คำแนะนำทางการเงินแต่อย่างใด
อ้างอิง