เรียกว่าเป็นตัวอย่างของคำว่า ‘To the Moon’ ได้เห็นภาพชัดที่สุด เมื่อเหรียญ ‘Stable Coin’ อย่างเหรียญ UST ที่มีเหรียญ Luna เป็น Governance Token ทำ All time High จากมูลค่าเริ่มต้นอยู่ระหว่าง $0.2 - $0.5 เมื่อปี 2020 ไปที่มูลค่ากว่า ~$119 ในเดือนเม.ย. 2022 บรรยากาศการลงทุนเป็นไปในทิศทางบวก ข่าวต่าง ๆ ตอบรับ นักเทรดและตลาดมั่นใจว่าเหรียญนี้ จะมาเป็นคู่แข่งกับเหรียญยอดนิยมอย่าง USDT และ USC แต่แล้วเพียงเดือนเดียวมูลค่าเหรียญกลับดิ่งลงถึง 99.999% หรือเหลือเพียง $0.001 เท่านั้นวิกฤตนี้เกิดจากอะไร มาดูไปพร้อม ๆ กันเลย
ในเดือนธันวาคม 2025 ผู้ก่อตั้ง Terraform Labs อย่าง Do Kwan ถูกศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในนิวยอร์กตัดสินจำคุกถึง 15 ปี จากคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับการล่มของ Terra Luna ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับตลาดคริปโตกว่า 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2022 โดยคดีนี้มีต้นตอมาจากการพังทลายของ TerraUSD (UST) Stablecoin ที่ไม่สามารถรักษามูลค่า 1 ดอลลาร์ได้ ทำให้ระบบ LUNA ล่มและกลายเป็นวิกฤตทั้งตลาดในตอนนั้น (Ref: efinancethai.com)
จากเหตุการณ์ที่ Do Kwan ถูกศาลตัดสินจำคุก ทำให้ราคาเหรียญพุ่งขึ้นสูงถึง 55.58% ภายใน 24 ชั่วโมงในเดือนธันวาคม 2025 แถมยังกลายเป็นเหรียญที่ทำผลงานดีที่สุดเป็นอันดับ 2 บน CoinGecko มี Trade Volumn ทะลุ 700 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์เห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคาที่พุ่งขึ้นของ LUNA ครั้งนี้ไม่ใช่การฟื้นตัวของเหรียญ แต่เป็นแรงซื้อจากชุมชนล้วน ๆ มากกว่า เพราะระบบของเหรีญได้ตายไปตั้งแต่ปี 2022 แล้ว (Ref: beincrypto.com)
เหรียญ LUNA คือ เหรียญแบบ Algorithmic Stablecoin โดยเป็นการตรึงมูลค่าเหรียญโทเคนผ่านเหรียญ Stable Coin อย่าง UST ที่อัตรา 1:1 หรือ ใช้โทเคน LUNA มารักษาสภาพมูลค่าของ UST โดยที่ 1 UST = $1 โดยใช้วิธีการ Mint & Burn
วิธีการคือ หากมูลค่า 1 UST > $1 ก็จะทำการ Burn เหรียญ LUNA เพื่อ Mint เหรียญ UST
หรือหากมูลค่า 1 UST < $1 ก็จะทำการ Burn เหรียญ UST เพื่อ Mint เหรียญ LUNA
โดยวิธีการนี้จะเป็นการสร้างสภาวะอุปสงค์/อุปทานของเหรียญขึ้นมาเพื่อตรึงมูลค่าเหรียญ UST ให้เท่ากับ $1 เสมอ นั่นเอง แน่นอนว่าวิธีการนี้เป็นที่มาของวิกฤตที่เรียกว่า Terra-Luna นั่นเอง
ปัจจุบัน Terra ใช้วิธีการแบ่ง Blockchain ออกเป็น 2 แพลตฟอร์ม โดยแพลตฟอร์มใหม่ Terra LUNA Blockchain จะไม่เกี่ยวข้องกับ Stable Coin แต่อย่างใด และแพลตฟอร์มเดิมก็เปลี่ยนกลับมาใช้ เหรียญ LUNA Classic (LUNC) และเลิกใช้วิธีการ Algorithmic Stablecoin มาใช้กลไก Delegated Proof of Stake (DPoS) และใช้เป็นบล็อกเชน DApps (Decentralized Applications) และรองรับการทำ Web3
ปัจจุบันเมื่อมีการทำแผนฟื้นฟูแล้ว เหรียญ LUNA จึงมีทั้งหมด 2 เหรียญ คือ เหรียญ LUNA ที่ใช้ Terra 2.0 และเหรียญ Luna Classic (LUNC) ที่ยังคงผูกอยู่กับ UST นั่นเอง
จะเห็นว่าก่อนที่จะเกิดวิกฤต Terra-Luna ราคาเหรียญ LUNC พุ่งสูงสุดที่ $119 ในวันที่ 5 เม.ย. 2022 หลังจากนั้นเมื่อผ่านแผนฟื้นฟู Terra 2.0 และออกเหรียญใหม่เป็น LUNA ราคาเหรียญอยู่ที่ $19.54 ในวันที่ 28 พ.ค. 2022 โดยปัจจุบัน LUNC มูลค่าอยู่ที่ $0.00007659 (16 ก.พ. 2025) และเหรียญ LUNA มูลค่าอยู่ที่ $0.2643 (16 ก.พ. 2025)
จากที่ได้รู้วิธีการทำงานคร่าว ๆ ของเหรียญ LUNA แล้ว ก็มาดูย้อนดูต้นกำเนิดและประวัติของเหรียญนี้กันบ้าง โดยเหรียญนี้ก่อตั้งโดย Terra Blockchain ที่มี Do Kwon และ Daniel Shin ภายใต้บริษัท Terraform Labs (TFL) ซึ่งมีคอนเซ็ปท์การสร้างเหรียญ Stable Coin ที่มีเสถียรภาพและใช้ระบบนิเวศที่ซัพพอร์ตกันได้อย่างแข็งแกร่ง จึงมีการใช้คอนเซ็ปท์อัลกริธึ่มแบบ Algorithmic Stablecoin ใช้อุปสงค์-อุปทานในการตรึงมูลค่าเหรียญให้เป็น 1 UST = $1 ด้วยวิธีการ Mint & Burn เหรียญ เพื่อรักษามูลค่าเหรียญเอาไว้
การเกิดวิกฤตของ Terra-Luna เกิดขึ้นจากปัจจัยหลัก 2 ปัจจัย นั่นก็คือ ตัวคอนเซ็ปท์ของเหรียญ และการเก็งกำไรที่สูงจากระบบ Anchor Protocol ที่เปิดตัวมาพร้อมกับ Terra LUNA ที่จ่ายผลตอบแทนมากถึง ~20%/ปี จนจ่ายผลตอบแทนไม่ไหว โดยเหรียญ LUNA เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 โดยคอนเซ็ปท์พิสูจน์ธุรกรรมแตกต่างจากเหรียญทั่ว ๆ ไปที่อิงมูลค่า จากอุปสงค์-อุปทาน รวมถึง Anchor Protocol ที่ให้นักลงทุนฝาก UST โดยได้รับผลตอบแทนสูง รวมถึงการเปิดให้กู้ยืมโดยใช้สินทรัพย์อย่าง LUNA, ETH และ ATOM เป็นหลักประกัน ทำให้นักลงทุนสนใจในการถือ UST จำนวนมาก รวมถึงการเป็นกระแสในปี 2020 จากชื่อของเหรียญ ที่มักจะเอาไปโยงกับวลี To the Moon ทำให้เกิดการ FOMO ในกลุ่มเทรดเดอร์มากขึ้น จนเป็นเหรียญที่พูดถึงและติดลมบน จนเทรดเดอร์หลาย ๆ คนสร้างผลตอบแทนได้เป็นกอบเป็นกำ แน่นอนว่าการลงทุนมีได้ ก็ย่อมมีเสีย ในเหรียญ LUNA ก็เช่นกัน
ถึงแม้จะมีแผนฟื้นฟูและแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้นแล้ว แต่นักลงทุนยังคงกลัวการลงทุนกับเหรียญนี้ และระมัดระวังกับความเสี่ยงของ ‘Algorithmic Stablecoin’ ที่มีคอนเซ็ปท์แตกต่างจากแบบอื่น ๆ อีกทั้งรวมไปถึงการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงจนระบบไม่สามารถจ่ายผลกำไรกลับคืนมาได้ หรือมองว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ ที่นำเงินลงทุนของหน้าใหม่ ไปจ่ายให้กับนักลงทุนที่เทรดมาก่อน
อย่างไรก็ตามหากมองด้วยคอนเซ็ปท์ในการรักษามูลค่าเหรียญแล้ว ก็ถือว่าเป็นอีกวิธีในการตรึงราคาเหรียญที่ดึงดูดและแปลกใหม่ จนหลาย ๆ คนอาจผิดพลาดในการลงทุนได้นั่นเอง
สำหรับปี 2026 ราคาเหรียญ LUNA ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเครือข่ายและความเชื่อมั่นของตลาด ซึ่งได้จำกัด Supply อยู่ที่ 1 พันล้านเหรียญเพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย และ LUNA มีราคาคาดการณ์ตั้งแต่ $0.13 ไปจนถึง $1.29 ตามการวิเคราะห์จากหลายแหล่งข้อมูล ทั้งนี้ราคาสามารถพุ่งและลงได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกและความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้จะกลับมาเทรดได้บนกระดานใหญ่บางแห่ง แต่ความเชื่อมั่นตอนนี้ยังคงฟื้นตัวได้ยาก
เหรียญนี้ยังคงมีอยู่โดยการแบ่งเป็น 2 แพลตฟอร์มนั่นคือ Terra Classic โดยเปลี่ยนโทเคนจาก LUNA ไปเป็น LUNA Classic (LUNC) และ ‘Terra LUNA Blockchain’ หรือ Terra 2.0 ใช้โทคเคนในชื่อ LUNA บนกระดานเทรดนั่นเอง
LUNA Classic (LUNC)
สรุปง่าย ๆ ว่า LUNA คือการรีบูทใหม่ของ Terra ส่วน LUNC คือการสานต่อระบบเดิมหลังเกิดวิกฤต
หากมองถึงความเชื่อมั่นและความน่าสนใจการเทรดเหรียญนี้ก็ต้องพิจารณาในหลากหลายด้าน ถึงแม้จะปัจจุบันจะใช้แผนงานต่าง ๆ มากู้วิกฤต แต่นักลงทุนยังคงขาดความเชื่อมั่น นักลงทุนมีบทเรียนจากวิกฤตที่ผ่านมา ซึ่งมีปัจจัยหลายด้านในการวิเคราะห์และหาข้อมูลจนเป็นการยากที่จะฟันธงในอนาคต นักลงทุนจำเป็นต้องวิเคราะห์ให้ถี่ถ้วนและเลือกลงทุนตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้นั่นเอง
จะเห็นได้ว่าวิกฤต Terra-Luna ทำให้เกิด Panic Sell ครั้งใหญ่ให้กับตลาด สร้างความกลัวให้กับนักลงทุน เกิดการเสียมูลค่า 99.999% ภายในคืนเดียวแล้ว วิกฤตนี้ก็ยังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักลงทุน เป็นข้อเตือนใจให้กับตลาดในวงกว้าง สร้างความตระหนักในการลงทุนได้อย่างมาก และลดการ FOMO ลงทุนตามกระแสได้อย่างดี นับว่าเป็นตัวอย่างจริง เคสจริง จากวิกฤตที่เกิดขึ้นจริง เป็นยาแรงเตือนสติให้กับนักลงทุนในการเทรดคริปโตฯ ให้ระมัดระวังและหาทางป้องกันได้อย่างทันท่วงที เพราะว่าการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยงที่ต้องเผชิญอยู่เสมอนั่นเอง
คำเตือน
*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการให้คำแนะนำทางการเงินแต่อย่างใด
อ้างอิง