Bitazza Thailand Blog

Decentralized คืออะไร? เจาะลึกการกระจายอำนาจเปลี่ยนโลกการเงิน พร้อมข้อดี-ความเสี่ยง DeFi

Decentralized

 

Decentralized หรือการกระจายอำนาจเป็นคำที่คุ้นหูกันโดยเฉพาะในระบบ Blockchain แต่หลายคนอาจยังไม่เห็นภาพว่าจะ Decentralized ได้อย่างไร มีหลักการอย่างไรและนำไปใช้อย่างไรได้บ้าง ในบทความนี้จะพาไปเจาะลึกมากยิ่งขึ้น

 


Decentralized คืออะไร?

Decentralized ซึ่งแปลว่า การกระจายอำนาจ หมายถึงระบบที่ไม่ได้มีศูนย์กลางหรือผู้ควบคุมเพียงคนเดียว แต่ทุกคนในระบบมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและดำเนินการ โดยไม่มีใครเป็นเจ้าของหรือผู้ควบคุม

ในแง่ของ Blockchain คือระบบกระจายศูนย์หรือ Decentralized จะเห็นว่าไม่มีคนหรือองค์กรที่สามารถควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดในระบบได้ เพราะทุกคนสามารถตรวจสอบกันได้ ทำให้ระบบมีความโปร่งใสและปลอดภัยมากขึ้น

 


ความแตกต่างระหว่าง Decentralized กับ Centralized 

ความแตกต่างระหว่าง Decentralized (กระจายศูนย์) และ Centralized (ศูนย์กลาง)  คือวิธีการจัดการและควบคุมในระบบ ซึ่งมีข้อแตกต่างกันที่เห็นได้ชัด ดังนี้

การควบคุมและตัดสินใจ 

ระบบ Centralized การตัดสินใจและควบคุมทั้งหมดจะอยู่ที่ศูนย์กลาง อาจเป็นผู้บริหารหรือองค์กรที่เป็นเจ้าของที่จะทำหน้าที่ควบคุมและตัดสินใจทุกอย่าง รวมถึงการจัดการทรัพยากรและข้อมูลต่าง ๆ หากเป็นระบบการเงินก็เหมือนธนาคารที่ควบคุมระบบการโอนเงินหรือรัฐบาลที่มีหน้าที่กำหนดนโยบาย ส่วนระบบ Decentralized การตัดสินใจหรือนโยบายจะถูกกระจาย ผู้ที่อยู่ในระบบทุกคนสามารถตัดสินใจหรือมีส่วนร่วมในการควบคุม หรือดำเนินการด้วยตนเอง โดยไม่มีจุดศูนย์กลางที่คอยควบคุม เช่น ระบบ Blockchain ที่ทุกคนสามารถร่วมกันตรวจสอบและยืนยันข้อมูล

ความปลอดภัย

Centralized เป็นระบบศูนย์กลางจึงถูกโจมตีได้ง่ายกว่าด้วยการโจมตีที่ศูนย์กลาง เพราะข้อมูลหรือการตัดสินใจดำเนินการต่าง ๆ จะอยู่ที่จุดศูนย์กลาง ดังนั้นหากศูนย์กลางถูกโจมตีก็จะส่งผลกระทบต่อทั้งระบบได้ แต่ Decentralized ข้อมูล การตัดสินใจและดำเนินการ จะถูกกระจายไปทั่วทุกจุดในระบบ ทำให้ระบบมีความปลอดภัยสูงขึ้น ต้องโจมตีทั้งระบบพร้อมกัน ซึ่งเป็นเรื่องยาก เช่น หากระบบ Blockchain ถูกแก้ไขข้อมูลในหนึ่งบล็อกก็จะต้องมีการยืนยันจากทุกคนในเครือข่ายก่อน 

ความเข้าถึงและความยืดหยุ่นของระบบ

สำหรับระบบ Centralized ผู้ใช้ต้องพึ่งพาผู้ควบคุมหรือศูนย์กลางในการเข้าถึงหรือใช้บริการ หากศูนย์กลางมีปัญหาระบบทั้งหมดก็จะใช้านไม่ได้ แต่ในระบบ Decentralized สามารถเข้าถึงได้จากหลายจุด หรือจากเครือข่ายหลายแห่ง ระบบจึงมีความยืดหยุ่นสูง และยังสามารถทำงานต่อไปได้ แม้จะเกิดปัญหาขึ้นกับจุดใดจุดหนึ่ง

ต้นทุนในการจัดการ

ระบบ Centralized ถึงแม้จะจัดการง่ายเพราะมีการควบคุมจากศูนย์กลาง แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาศูนย์กลาง รวมถึงใช้บุคลากรจำนวนมากในการดูแลจัดการ ส่วนระบบ Decentralized ไม่มีศูนย์กลางจึงไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดการดูแล แต่ต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น เพื่อรักษาความสมดุลของเครือข่ายเพื่อให้ทุกคนช่วยกันตรวจสอบและยืนยันข้อมูล

การควบคุมและความเชื่อมั่น

Centralized เป็นระบบที่จัดการจากศูนย์กลางการควบคุมจึงทำได้ง่ายและรวดเร็ว แต่ไม่สามารถตรวจสอบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ง่าย ๆ ส่วน Decentralized ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลและร่วมตัดสินใจได้ ทำให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ จึงทำให้ผู้ใช้เกิดความเชื่อมั่นในระบบ

 


ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Decentralized กับ Centralized

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนระหว่างโลกการเงินแบบเก่าและโลกยุคใหม่ เรามาดูความแตกต่างระหว่างระบบกระจายอำนาจ (Decentralized) และระบบรวมศูนย์ (Centralized) ในด้านต่าง ๆ ดังนี้

 


 

ประโยชน์ของระบบ Decentralized

  1. ความโปร่งใส: เพราะทุกคนในระบบสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ทำให้ไม่สามารถซ่อนข้อมูลหรือปรับเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ง่าย ๆ
  2. ความปลอดภัย: การกระจายข้อมูลไปในหลาย ๆ จุดทำให้ยากที่จะโจมตีหรือล้มระบบเพียงแค่จุดเดียว
  3. การควบคุมที่เป็นธรรม: ระบบไม่มีการควบคุมจากองค์กรเดียว ทำให้ทุกคนมีสิทธิ์ในการตัดสินใจและมีส่วนร่วมในการดำเนินการ
  4. ลดความเสี่ยงจากการถูกแทรกแซง: ในระบบที่กระจายศูนย์ ข้อมูลและการตัดสินใจจะกระจายไปทั่ว ทำให้ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงระบบได้ง่าย ๆ

 


limitation of decentralized

 

ข้อจำกัดของ Decentralized

แม้ว่า Decentralized จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายข้อที่ต้องพิจารณาในการนำไปใช้

  1. ความซับซ้อนและการจัดการที่ยาก เพราะการกระจายอำนาจไปหลายจุดทำให้การจัดการยากเมื่อไม่มีศูนย์กลางควบคุม การตัดสินใจในบางกรณีอาจล่าช้า โดยเฉพาะเมื่อมีข้อเห็นต่างระหว่างผู้ใช้ในระบบ
  2. ประสิทธิภาพในการทำงาน Decentralized อาจมีปัญหาด้านประสิทธิภาพในการทำงานเมื่อมีการใช้งานมากขึ้น ข้อมูลที่ต้องถูกกระจายไปทั่วเครือข่ายอาจทำให้ระบบล่าช้าหรือไม่สามารถรองรับการทำธุรกรรมจำนวนมากได้
  3. ใช้ทรัพยากรสูง Decentralized ใช้ทรัพยากรสูงทั้งการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูล จึงต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการทำงานและการพัฒนาในอนาคต
  4. ขาดการกำกับดูแล เนื่องจากไม่มีหน่วยงานกลางที่คอยดูแลควบคุมมาตรฐาน ทำให้มีความเสี่ยงที่การดำเนินงานจะไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือเกิดความผิดพลาดซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบ
  5. ความซับซ้อนในการใช้งาน สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปการใช้งานระบบ Decentralize อาจะเป็นเรื่องยาก ผู้ใช้จะต้องมีความรู้ทางเทคนิคเพื่อเข้าถึงหรือใช้บริการ เช่น การใช้คริปโตเคอร์เรนซี่ผู้ใช้ต้องมีความรู้ด้านการสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลเพื่อเก็บรักษาเหรียญ
  6. ความเสี่ยงจากการใช้งานผิดประเภท เนื่องจากไม่มีหน่วยงานควบคุม ผู้ใช้อาจใช้ระบบในทางที่ผิด เช่นใช้หลอกลวงหรือแอบอ้างในการทำธุรกรรม

 


ความเสี่ยงของ Decentralized Finance (DeFi)

แม้ว่าระบบกระจายอำนาจจะมอบอิสระและความโปร่งใสสูง แต่การก้าวเข้าสู่โลก DeFi (Decentralized Finance) ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่นักลงทุนควรระวัง ได้แก่

  • ความบกพร่องของ Smart Contract เนื่องจากระบบทำงานผ่านชุดคำสั่งโค้ด หากโค้ดมีช่องโหว่ (Bug) อาจถูกแฮ็กเกอร์โจมตีเพื่อดึงเงินออกจากระบบได้
  • ความผันผวนของราคา (Volatility) สินทรัพย์ดิจิทัลในระบบ DeFi มักมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อมูลค่าของสินทรัพย์ที่วางค้ำประกันหรือผลตอบแทนที่ได้รับ
  • ความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง (Rug Pull) การที่เจ้าของโปรเจกต์ทิ้งโครงการและดึงสภาพคล่อง (Liquidity) ออกไปทั้งหมด ทำให้เหรียญไม่มีมูลค่าและนักลงทุนสูญเสียเงิน
  • ความผิดพลาดของผู้ใช้งาน (Human Error) ในระบบกระจายอำนาจ คุณคือผู้ถือกุญแจส่วนตัว (Private Key) เอง หากทำหายหรือโอนผิดกระเป๋า จะไม่มีศูนย์บริการลูกค้าที่ไหนสามารถช่วยเหลือนักลงทุนได้ ดังนั้นผู้ใช้งานจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในระดับหนึ่ง
  • การขาดการกำกับดูแลจากภาครัฐ เมื่อไม่มีตัวกลาง หากเกิดปัญหาการฉ้อโกง การเรียกร้องสิทธิ์ทางกฎหมายอาจทำได้ยากกว่าระบบการเงินแบบปกติ จึงทำให้กลายเป็นช่องทางการเงินของมิจฉาชีพได้

 


Decentralized Blockchain คืออะไร

Decentralized Blockchain คือ เทคโนโลยีบล็อกเชน ที่ทำงานในลักษณะกระจายศูนย์ ซึ่งหมายความว่า ไม่มีศูนย์กลางหรือผู้ควบคุมเดียว ที่มีอำนาจในการจัดการหรือควบคุมข้อมูลทั้งหมดในระบบ แต่ทุกคนในเครือข่ายมีส่วนร่วมในการดูแลและยืนยันข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ Decentralized blockchain มีความโปร่งใส ปลอดภัย และเชื่อถือได้ในระดับสูง

 


วิธีการทำงานของ Decentralized Blockchain

  1. การสร้างบล็อก (Block): เมื่อมีธุรกรรมเกิดขึ้นในระบบ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมนั้นๆ จะถูกบันทึกในบล็อกใหม่
  2. การกระจายไปยังโหนดต่าง ๆ: เมื่อบล็อกถูกสร้างขึ้น ข้อมูลจะถูกกระจายไปยังโหนด (หน่วยพื้นฐานของข้อมูล) ทั้งหมดในเครือข่าย และโหนดเหล่านั้นจะทำการตรวจสอบข้อมูล
  3. การยืนยัน (Consensus): โหนดในระบบจะใช้กระบวนการ Consensus Mechanism เพื่อยืนยันว่า ข้อมูลในบล็อกนั้นถูกต้อง ตัวอย่างเช่นในระบบ Proof of Work ผู้ขุด (Miner) จะต้องแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์เพื่อยืนยันบล็อกใหม่ ในระบบ Proof of Stake ผู้ที่ถือเหรียญจะมีสิทธิ์ในการยืนยันบล็อกตามจำนวนเหรียญที่ถือ
  4. การบันทึกข้อมูลที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง: เมื่อข้อมูลได้รับการยืนยันจากโหนดทั้งหมดแล้ว ข้อมูลจะถูกบันทึกในบล็อกที่เชื่อมโยงกับบล็อกก่อนหน้า ทำให้กลายเป็น Chain ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ (Blockchain)

 


Defi

 

DeFi คืออะไรและมีหลักการทำงานอย่างไร

DeFi หรือ Decentralized Finance คือ ระบบการเงินที่ทำงานบนเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยไม่มีการควบคุมจากองค์กรหรือหน่วยงานกลาง เช่น ธนาคารหรือรัฐบาล หลักการทำงานของ DeFi คือการใช้สัญญาอัจฉริยะ (Smart contracts) ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอัตโนมัติบนบล็อกเชนในการให้บริการทางการเงิน เช่น การยืม ให้ยืมเงิน การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ หรือการลงทุนโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง หลักการสำคัญของ DeFi คือการสร้างระบบการเงินที่โปร่งใส เปิดเผย และไม่พึ่งพาตัวกลาง ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมสินทรัพย์ของตัวเองได้มากขึ้น

 


Decentralized กับเทคโนโลยีสมัยใหม่

นอกจาก บล็อกเชน (Blockchain) ที่เป็นเทคโนโลยีหลักในการสร้างระบบ Decentralized แล้ว ยังมี เทคโนโลยีสมัยใหม่ อื่น ๆ ที่สามารถนำหลักการ กระจายศูนย์ มาใช้ในการพัฒนาและประยุกต์ใช้งานได้อย่างหลากหลาย เช่น IoT (Internet of Things) คือการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ (เช่น เซ็นเซอร์, กล้องวงจรปิด, หรือเครื่องจักร) ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานร่วมกันได้ ในระบบ IoT แบบกระจายศูนย์ ข้อมูลที่ถูกเก็บและส่งต่อมักจะไม่ถูกเก็บที่ศูนย์กลางเดียว แต่จะถูกกระจายไปยังอุปกรณ์ที่อยู่ในเครือข่ายทำให้มีความเร็วที่สูงขึ้น เพราะไม่ต้องส่งข้อมูลไปประมวลผลที่เซิฟเวอร์กลาง และอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อัตโนมัติ นอกจากนั้น AI (Artificial Intelligence) เช่น สมาร์ตโฟน ก็มีการใช้ระบบ Decentralized โดยการฝึกฝนโมเดล AI โดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปยังเซิฟเวอร์กลาง แต่ฝึกฝนในอุปกณ์นั้นเลย จึงช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล

 


Q&A เกี่ยวกับ Decentralized

  • Decentralized สามารถนำไปใช้นอกเหนือจากเรื่องเงินได้หรือไม่?

ปัจจุบันมีการนำแนวคิดนี้ไปใช้งานในด้านอื่น ๆ เช่น การเก็บข้อมูล (Cloud Storage), การลงคะแนนเสียง (Voting), และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ให้ผู้เข้าร่วมทุกคนสามารถตรวจสอบได้

  • ระบบ Decentralized ปลอดภัยจากการแฮ็ก 100% หรือไม่?

ไม่มีระบบใดปลอดภัย 100% แม้ตัวบล็อกเชนจะแก้ไขข้อมูลได้ยากมาก แต่ช่องโหว่ส่วนใหญ่มักเกิดจากระดับแอปพลิเคชัน (dApps) หรือความประมาทของผู้ใช้งานเอง

  • หากต้องการเริ่มใช้งานระบบ Decentralized ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาเรื่อง "Digital Wallet" และการเก็บรักษา "Seed Phrase" ให้ปลอดภัย รวมถึงการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือและผ่านการตรวจสอบ (Audit) มาแล้ว เช่น แพลตฟอร์มที่ได้รับการรับรองจาก กลต.เป็นต้น

 


Conclusion

Decentralized เป็นระบบที่มีประโยชน์และสามารถช่วยพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้เกิดความรวดเร็ว ปลอดภัยได้ อย่างไรก็ตาม Decentralized ก็เป็นระบบที่ยังมีข้อจำกัดอยู่ ดังนั้นการนำระบบ Decentralized ไปใช้งาน ผู้พัฒนารวมถึงผู้ใช้งานจะต้องศึกษารูปแบบ และวางพื้นฐานให้เป็นอย่างดี รวมถึงเลือกระบบที่เหมาะสมกับงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย

 

 


คำเตือน

*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ 
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการให้คำแนะนำทางการเงินแต่อย่างใด

Subscribe by email

XAUt คืออะไร? เจาะลึก Tether Gold ทางเลือกใหม่ของการลงทุนทองคำในยุคดิจิทัล 2026

XAUt คืออะไร? เจาะลึก Tether Gold ทางเลือกใหม่ของการลงทุนทองคำในยุคดิจิทัล 2026

17 ก.พ. 2026, 17:38:14 2 min read
ขุด Bitcoin คืออะไร? สรุปวิธีขุด อุปกรณ์ที่ต้องใช้ และสิ่งที่ต้องระวัง
ขุด bitcoin

ขุด Bitcoin คืออะไร? สรุปวิธีขุด อุปกรณ์ที่ต้องใช้ และสิ่งที่ต้องระวัง

17 ก.พ. 2026, 17:00:00 2 min read
Polygon คืออะไร? รู้จัก MATIC ตัวช่วยขยายเครือข่าย Ethereum ให้เร็วและถูกลง
polygon คือ

Polygon คืออะไร? รู้จัก MATIC ตัวช่วยขยายเครือข่าย Ethereum ให้เร็วและถูกลง

17 ก.พ. 2026, 17:00:00 3 min read
Decentralized คืออะไร? เจาะลึกการกระจายอำนาจเปลี่ยนโลกการเงิน พร้อมข้อดี-ความเสี่ยง DeFi
decentralized คือ

Decentralized คืออะไร? เจาะลึกการกระจายอำนาจเปลี่ยนโลกการเงิน พร้อมข้อดี-ความเสี่ยง DeFi

17 ก.พ. 2026, 16:45:00 2 min read
Dogecoin คืออะไร? จากเหรียญมีมตลกสู่สินทรัพย์ยอดฮิต
dogecoin คือ

Dogecoin คืออะไร? จากเหรียญมีมตลกสู่สินทรัพย์ยอดฮิต

17 ก.พ. 2026, 11:00:00 2 min read
CVC คืออะไร? เจาะลึกเหรียญ Civic ระบบยืนยันตัวตนแห่งอนาคตบน Blockchain
cvc คือ

CVC คืออะไร? เจาะลึกเหรียญ Civic ระบบยืนยันตัวตนแห่งอนาคตบน Blockchain

17 ก.พ. 2026, 10:45:00 1 min read
รู้จัก USDT ให้ลึกก่อนเริ่มใช้: Stablecoin เบอร์ 1 ที่ต้องมีในพอร์ตคริปโต
usdt คือ

รู้จัก USDT ให้ลึกก่อนเริ่มใช้: Stablecoin เบอร์ 1 ที่ต้องมีในพอร์ตคริปโต

16 ก.พ. 2026, 15:00:00 2 min read
เงินดิจิตอลไม่ใช่แค่คริปโต! เข้าใจง่ายในบทความเดียว
เงินดิจิตอลคือ

เงินดิจิตอลไม่ใช่แค่คริปโต! เข้าใจง่ายในบทความเดียว

16 ก.พ. 2026, 15:00:00 2 min read
Cryptocurrency คืออะไร? คู่มือมือใหม่เข้าใจง่ายใน 5 นาที (อัปเดตปี 2026)
cryptocurrency คือ

Cryptocurrency คืออะไร? คู่มือมือใหม่เข้าใจง่ายใน 5 นาที (อัปเดตปี 2026)

16 ก.พ. 2026, 14:45:00 2 min read
ทำความเข้าใจ Blockchain ฉบับปี 2026 ใช้งานได้จริง มือใหม่ก็เข้าใจ
Blockchain คือ

ทำความเข้าใจ Blockchain ฉบับปี 2026 ใช้งานได้จริง มือใหม่ก็เข้าใจ

16 ก.พ. 2026, 14:30:00 2 min read