Share this
NFT คืออะไร เปิดสินทรัพย์ดิจิทัล รู้จัก NFT Art ผ่านการลงทุน

หากกล่าวถึงสินทรัพย์ดิจิทัล NFT คือ อีกหนึ่งในสินทรัพย์ดังกล่าวที่ได้รับความนิยมและความสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะในวงกว้าง เพราะนอกเหนือจากการกล่าวถึงสินทรัพย์ดิจิทัลในแง่ของการลงทุนแล้วนั้น NFT ยังเชื่อมโยงกับความชอบ ความสนใจ หรือกระแสรอบตัวที่จับต้องได้ง่าย ผ่านการนำเสนอออกมาในรูปแบบผลงานประเภทต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้คนอยากจับจองเป็นเจ้าของ เรียกได้ว่ามีมูลค่าทั้งในแง่ของตัวเลขและด้านจิตใจ
ผู้สนใจและต้องการเริ่มต้นซื้อ ขาย หรือลงทุน NFT นั้น ลองมาทำความรู้จักกันว่า NFT คืออะไร มีแบบไหนบ้าง แล้วจะซื้อหรือขายผลงานนี้ได้อย่างไรบ้าง
NFT คืออะไร
NFT หรือ Non-Fungible Tokens คือสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่ง ซึ่งได้ถูกเข้ารหัสในรูปของสินทรัพย์ที่ปรากฎบนเครือข่ายบล็อกเชน มีลักษณะเฉพาะตัวเพียงหนึ่งเดียว ไม่สามารถทำซ้ำหรือดัดแปลงได้ หากกล่าวถึงผลงาน NFT ที่หลายคนมักรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ก็มักเป็นผลงานประเภทอาร์ตเวิร์ก หรืออสังหาริมทรัพย์ในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล
จากลักษณะข้างต้น จึงทำให้ NFT ถือเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลอีกอย่างหนึ่งที่สามารถนำมาซื้อ ขาย หรือเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงเกิดการโกงอีกด้วย ทั้งนี้ สิ่งที่ทำให้ NFT กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่น่าสนใจก็คือ การช่วยสะท้อนอัตลักษณ์ตัวตนและสิทธิ์ของผู้ถือครองผลงานนั้น ๆ อีกด้วย ส่งผลให้บรรดานักสะสมและนักลงทุนที่หันมาเล่น NFT มากตามไปด้วยนั่นเอง

NFT มีหลักการทำงานอย่างไร
โดยทั่วไปแล้ว กระบวนการทำงานหรือการสร้าง NFT ขึ้นมานั้น เกิดจากการ Mint ซึ่งต้องเข้ารหัสข้อมูลและบันทึกข้อมูลดังกล่าวไว้บนเครือข่ายบล็อกเชน ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูล NFT ที่นำเข้าเครือข่ายบล็อกเชนก็จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจาก Validator ก่อนอีกด้วย ทำให้การ Mint สินทรัพย์ประเภทนี้อาจใช้ Smart Contracts ที่อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการถ่ายโอนสินทรัพย์และลิขสิทธิ์ผู้ถือครอง
เมื่อเกิดการ Mint สินทรัพย์ขึ้นแล้วนั้น สินทรัพย์ NFT จะได้รับการตีตราให้มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งเชื่อมต่อกับ Address ของเครือข่ายกับบล็อกเชนโดยตรง กล่าวคือ ข้อมูลของสิทธิ์ผู้ถือครอง NFT ก็จะปรากฏแก่สาธารณะเช่นกัน เรียกง่าย ๆ คือผลงาน NFT ทุกชิ้นล้วนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่สามารถกล่าวอ้างลอกเลียนแบบได้
NFT มีกี่ประเภท
โดยทั่วไปแล้ว ผลงาน NFT มีหลากหลายรูปแบบ นอกเหนือจากผลงานอาร์ตเวิร์กที่คุ้นเคยกันเป็นวงกว้าง ก็ยังมีการสร้างและสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ในรูปแบบหลากหลาย ดังนี้
Collectibles
เริ่มต้นกับ Collectibles หรือผลงาน NFT แบบคอลเล็กชันศิลปะที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ยิ่งเป็นคอลเล็กชันงานศิลปะที่เป็นที่นิยมด้วยแล้วนั้น ก็มักจะถูกนำมาทำเป็นอวตารต้ังเป็นภาพโปรไฟล์บนโซเชียลมีเดียกัน เช่น คอลเล็กชัน Bored Ape Yacht Club (BAYC) ซึ่งได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักสำหรับผู้ชื่นชอบและสะสมผลงาน NFT ประเภท Collectibles เพราะคอลเล็กชันนี้ต่างได้รับความสนใจและสนับสนุจากเหล่าเซเลบริตี้คนดังไม่น้อย
การ์ดเทรด
อีกหนึ่งผลงาน NFT ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ Collectibles โดยการ์ดเทรดคือการ์ดที่นำไปใช้ในเกมต่าง ๆ บนเครือข่ายบล็อกเชน ผู้ถือครองจะได้การ์ดเฉพาะ ไม่เหมือนใคร ช่วยให้ผู้ถือครองสามารถปลดล็อกหรือครอบครองสินทรัพย์ดังกล่าว และได้รับสิทธิประโยชน์ในการเข้าถึงเกมบนเครือข่ายบล็อกเชน
โทเคนเกม
อุตสาหกรรมเกมถือเป็นธุรกิจที่ช่วยให้เกิดการสร้างผลงาน NFT เพราะบรรดาเกมคริปโตต่าง ๆ ล้วนเอื้อให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ สำหรับเหล่าผู้เล่นเกมได้เข้ามาถือครองหรือเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่ในเกม หนึ่งในนั้นก็คือ โทเคนเกม โดยสามารถนำไปซื้อขายได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสกิน อาวุธ หรือคาแร็กเตอร์ต่าง ๆ ภายในเกม
อสังหาริมทรัพย์แบบเสมือน
ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ หลายคนคงคุ้นเคยกับ Metaverse ซึ่งมาพร้อมนวัตกรรมโลกเสมือนมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ การสร้างและครอบครองอสังหาริมทรัพย์ใน Metaverse โดย NFT ประเภทนี้ จะมาในรูปแบบของพื้นที่ทำเลในโลกดิจิทัล ซึ่งเปิดให้เจ้าของที่ดินครอบครองและทำสิ่งต่าง ๆ บนที่ดินโลกเสมือนนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเอง หรือประกาศโฆษณา ทั้งนี้ ที่ดินดังกล่าวจะปรากฏเป็นชิ้นส่วนในพื้นที่เว็บ บนเว็บไซต์ หรือวิดีโอเกม เช่น adiVerse ซึ่งเป็นที่ดินโลกเสมือนจากการจับจองของแบรนด์ Adidas ซึ่งได้ซื้อแปลงบน Sandbox ไว้เมื่อพฤศจิกายน ปี 2021
โทเคนมีม
กระแสวัฒนธรรมป็อบก็มีอิทธิพลต่อวงการสินทรัพย์ดิจิทัลเช่นกัน เพราะผลงาน NFT อีกประเภทที่ก่อเกิดขึ้นมานั้นก็คือ โทเคนมีม ซึ่งได้รับความนิยมไม่น้อย ทำให้เหล่าครีเอเตอร์ที่หลงรักการสร้างมีมได้ผลิตผลงานขึ้นมา เพื่อรองรับการขยายตัวและเกิดขึ้นของระบบ Web3
โทเคนรูปแบบต่าง ๆ
ต้องยอมรับว่า กระแส NFT ไม่ได้ส่งผลต่อแวดวงลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังขยายตัวไปยังอุตสาหกรรมและกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งในแวดวงกีฬา แฟชัน ดนตรี และสื่อบันเทิงต่าง ๆ ก็หันมาจับทางทำโทเคนของแบรนด์ เช่น NBA Top Shots ที่ทำโทเคนเก็บภาพโมเมนต์สำคัญระดับไอคอนิก เป็นต้น

ตัวอย่างเหรียญ NFT
ลองมาดูตัวอย่างเหรียญ NFT ที่ได้รับความนิยมหรือเป็นที่พูดถึงกัน ว่าจะเป็นอย่างไร แล้วมีจุดเด่นเรื่องไหนบ้าง
ApeCoin
หากกล่าวถึง NFT แล้ว หนึ่งในเหรียญที่ได้รับความนิยมมากคงหนีไม่พ้น ApeCoin จากโปรเจกต์ Bored Ape Yatch Club ของ Yuga Labs โดยเหรียญดังกล่าวถือเป็นเหรียญ ERC-20 จัดเป็น Utility Coin ที่นำไปใช้ประโยชน์ภายในระบบนิเวศของ APE ก่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนของสังคมแบบกระจายอำนาจหรือ Decentralized ในโลก Web3
จุดเด่นของ ApeCoin คือ ผู้ถือเหรียญสามารถเข้าร่วม ApeCoin DAO ได้ รวมทั้งผู้เช้าร่วมในคอมมูนิตี้นี้ยังแชร์ส่วนแบ่งของเหรียญ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางใดอีกด้วย โดย ApeCoin จำนวน 62% จะถูกโอนย้ายไปยังกองทุนของระบบนิเวศ ApeCoin
The Sandbox
คืออีกหนึ่งเหรียญของโลกเสมือนที่มีต้นกำเนิดจากเทคโนโลยีบล็อกเชน ปล่อยออกมาเมื่อปี 2011 คุณสมบัติของเหรียญดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้งาน The Sandbox สามารถสร้าง ซื้อ และขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้ในรูปแบบของเกมบล็อกเชน อีกทั้งยังมีคอมมูนิตี้ของเกมที่เน้นการกระจายอำนาจอีกด้วย
ความพิเศษของ The Sandbox คือการประยุกต์เทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาทำในรูปแบบของเกมโลกเสมือน ทำให้เกิดเป็นคอมมูนิตี้ที่เหล่าคนรักการเล่นเกมสามารถสร้างและเก็บสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลได้อีกทางหนึ่ง ถือเป็นการปฏิรูปวงการสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย นอกจากนี้ The Sandbox ยังเปิดให้ผู้ถือเหรียญสามารถโหวตหรือแสดงความคิดเห็นเมื่อเกิดการสร้างหรือพัฒนาสิ่งใหม่บนเมตาเวิร์ส
Decentraland
หรือที่รู้จักกันในชื่อของเหรียญ MANA นั้น ถือเป็นแพลตฟอร์มโลกเสมือนอีกแพลตฟอร์มหนึ่งที่ได้ยินชื่อตีคู่มากับ The Sandbox โดย Decentraland ปฏิบัติการอยู่บนบล็อกเชนอีเธอเรียม (Ethereum) ผสมผสานลักษณะของเกมโลกเสมือนและเทคโนโลยีบล็กเชน ส่งผลให้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ถือเหรียญอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง ผู้ถือเหรียญสามารถเป็นเจ้าของที่ดินในโลกเสมือนได้
Gala
เหรียญที่ได้รับการขับเคลื่อนภายใต้ระบบนิเวศของบล็อกเชนเลเยอร์ 1 (GalaChain) จุดประสงค์หลักของเหรียญนี้คือ ต้องการสร้างพลวัตให้กับระบบนิเวศความบันเทิงของ Gala ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของเกม ดนตรี หรือภาพยนตร์ ที่สำคัญ Gala ยังเปิดโอกาสให้นักพัฒนาข้างนอกหรือเจ้าของโปรเจกต์จากอุตสาหกรรมอื่นได้เข้าถึง Open source อีกทั้งนักพัฒนาสามารถปรับแต่งโทเคน ทำ Smart Contracts ซึ่งช่วยยกระดับไอเดียเชื่อมต่อสู่ Web3
Pudgy Penguins
เหรียญ PENGU กลายเป็นอีกหนึ่งในเหรียญ NFT ที่ได้รับความนิยม โดย Pudgy Penguins ว่าด้วยคอลเล็กชัน NFT ที่มีลักษณะเฉพาะตัวมากถึง 8,888 แบบ เน้นธีมของตัวการ์ตูนนกเพนกวิน ตัวเหรียญนั้นได้รับการพัฒนาขึ้นมาบนบล็อกเชนอีเธอเรียม จุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือลักษณะดีไซน์ที่สะท้อนบุคลิกน่ารักน่าทะนุถนอม และคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง ถือเป็นอีกหนึ่ง Collectibles ที่น่าจับตามองของ NFT ในตอนนี้

วิธีการสร้างรายได้จาก NFT
จริง ๆ แล้ว การสร้างรายได้จากผลงาน NFT นั้น ทำได้หลายวิธี ดังนี้
- ลงทุนกับผลงาน NFT ที่สนใจ
ตามที่กล่าวไปข้างต้น ว่ามีทั้งนักสะสมและนักลงทุนที่สนใจและเสาะหาผลงาน NFT มาครอบครอง หนึ่งในวิธีที่ช่วยสร้างรายได้จาก NFT ในแง่ของการลงทุนก็คือ ซื้อและขายเหรียญนั่นเอง ซึ่งประกอบด้วยกลวิธีการเก็งกำไรที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการซื้อมาถือครองไว้ เพื่อให้มูลค่าของเหรียญนั้นเพิ่มขึ้น หรือจะใช้วิธีซื้อมาเก็บไว้ก่อนตอนที่ราคาเหรียญถูกลง และขายออกไปเมื่อเหรียญราคาเริ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ อาจหารายได้จากการลงทุนในเหรียญเกม NFT โดยซื้อและขายไอเทมของเกมบล็อกเชนต่าง ๆ - สร้างสรรค์ผลงาน NFT ของตัวเอง
หากมีหัวของนักสร้างสรรค์เป็นทุนเดิมแล้ว การหารายได้จาก NFT ด้วยการผันตัวเป็นครีเอเตอร์เองก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะปัจจุบัน NFT ครอบคลุมทั้งการสร้างงานประเภท Collectibles ดิจิทัลอาร์ต ดนตรี คอนเทนต์ประเภทวิดีโอ และอื่น ๆ อีกหลากหลายรูปแบบ นับเป็นอีกช่องทางและโอกาสในการสร้างสรรค์และเผยแพร่ผลงานของศิลปินและครีเอทีฟ - ทำ Staking
หรือฝากเหรียญ NFT ไว้ เพื่อรับรายได้เข้ามาเรื่อย ๆ อีกทาง โดยวิธีนี้ทำให้ได้เป็นทั้งเจ้าของเหรียญ ในขณะเดียวกัน ก็สามารถหารายได้ และต่อยอดกำไรตามมาเรื่อย ๆ
วิธีการซื้อ NFT
ผู้สนใจซื้อเหรียญ NFT เก็บไว้นั้น สามารถทำความเข้าใจวิธีการซื้อ NFT เบื้องต้นได้ ดังนี้
เลือกมาร์เก็ตเพลส
การซื้อเหรียญ NFT ก็เหมือนกับการซื้อคริปโตฯ การเลือกมาร์เก็ตเพลสสำหรับซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยสิ่งที่ควรพิจารณานั้น ก็คือ ค่าธรรมเนียม โดยมาร์เก็ตเพลสแต่ละที่จะเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่แตกต่างกัน เรียกว่า ค่า Gas นอกจากนี้ อาจพิจารณาลักษณะเฉพาะของมาร์เก็ตเพลสที่เอื้อให้ผู้ซื้อเลือก NFT ว่ามีหลากหลายหรือไม่ ตลอดจนประสบการณ์การใช้งานบนแพลตฟอร์มดังกล่าวว่าสะดวก และตอบโจทย์ผู้ใช้งานหรือไม่
ติดตั้งวอลเล็ตคริปโต
โดยทั่วไปแล้ว วอลเล็ตคริปโตมีให้เลือกแตกต่างกันไป อย่าง Metamask หนึ่งในวอลเล็ตคริปโตฯ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก รวมทั้งใช้งานง่าย หรือ Coinbase Wallet ถือเป็นวอลเล็ตที่ได้รับความนิยมจากแพลตฟอร์ม Exchange คริปโตเคอร์เรนซี รวมทั้งเอื้อต่อการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ ถึงอย่างนั้น สิ่งสำคัญในการเลือกวอลเล็ตคือ ความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้งาน รวมทั้งการปรับใช้กับมาร์เก็ตเพลสและสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องการลงทุน โดยดูว่าประยุกต์ใช้ได้ง่ายและสะดวกหรือไม่
ฝากเงินไว้ในวอลเล็ต
เมื่อเลือกวอลเล็ตคริปโตแล้ว ก็ต้องฝากเงินเข้าวอลเล็ต เพื่อไว้ซื้อขาย NFT ที่ต้องการ โดยเงินดังกล่าวก็คือ คริปโตเคอร์เรนซี โดยทั่วไปแล้ว การทำธุรกรรมซื้อขาย NFT นั้น มักแลกเปลี่ยนด้วยเหรียญอีเธอเรียม (ETH) ผู้สนใจซื้อ NFT จำเป็นต้องเชื่อมต่อวอลเล็ตของตัวเองเข้ากับมาร์เก็ตเพลส NFT เพื่อใช้เป็นช่องทางการทำธุรกรรมซื้อ NFT ในขั้นต่อไป
ซื้อ NFT ที่สนใจ
หลังจากเชื่อมต่อวอลเล็ตกับมาร์เก็ตเพลสแล้ว ก็ถึงขั้นตอนของเลือกซื้อ NFT ที่สนใจ โดยสามารถเลือกชมได้ตามความชอบความสนใจ หรือพิจารณาปัจจัยด้านมูลค่าและราคาของสินทรัพย์ในปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อได้
วิธีการขาย NFT
จริง ๆ แล้ว วิธีซื้อ NFT ประกอบด้วย 2 วิธีหลักด้วยกัน ได้แก่ Mint เหรียญ NFT และขายสินทรัพย์ที่เคยซื้อครอบครองไว้โดยตรง มาดูกันว่า ครีเอเตอร์ที่ต้องการขาย NFT นั้นมีวิธีขายผลงานอย่างไรบ้าง
Mint เหรียญ NFT
โดยทั่วไปแล้ว โปรโตคอลที่ใช้ในการ Mint เหรียญ NFT นั้น คือ ERC-721 และ ERC-1155 ซึ่งเป็นโปรโตคอลพื้นฐานที่มีอยู่ในแพลตฟอร์มซื้อขาย NFT ส่วนใหญ่ หากต้องการขาย NFT ด้วยวิธีนี้ ผู้ขายจำเป็นต้อองมีเครื่องคอมพิวเตอร์และวอลเล็ตคริปโตที่รองรับมาร์เก็ตเพลสที่ต้องการทำ Minting
ผู้ขายต้องสร้างสินทรัพย์ NFT ที่จะ Mint โดยอิงคุณสมบัติของสินทรัพย์ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของมาร์เก็ตเพลสนั้นว่า สินทรัพย์ดิจิทัลที่จะ Mint ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติอะไรบ้าง เมื่อได้ผลงาน NFT ขึ้นมาแล้ว จึงอัปโหลดเข้ามาร์เก็ตเพลส พร้อมเลือกว่าจะให้ผลงานชิ้นไหนสามารถ Mint ได้
รีเซลผลงาน NFT
มาร์เก็ตเพลสบางแห่งอาจมอบรีวอร์ดให้แก่ครีเอเตอร์ที่สร้างผลงานขึ้นมาขายกับมาร์เก็ตเพลสอย่างสม่ำเสมอ หรือที่เรียกว่า Royalties โดยวิธีนี้จะเอื้อให้ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มเข้ามาซื้อ NFT และรีเซลได้ โดยสิทธิ์ถือครองผลงานนั้นก็จะถูกโอนให้กับผู้ซื้อรายใหม่ด้วย
อนาคตของ NFT จะเป็นยังไง
นับตั้งแต่กระแสการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า NFT คืออีกหนึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลที่น่าจับตามอง และยังมีโอกาสเป็นไปในทิศทางบวกอยู่ โดยเฉพาะในพื้นที่การลงทุนของฝั่งเอเชีย
จากการรายงานของ Kraken แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ได้สรุปและอธิบายเกี่ยวกับแนวโน้มดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ โดยกล่าวว่า ตลาดของ NFT ระดับโลกนั้นมีมูลค่า 26.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปี 2023 และขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งอัตราการเติบโตการเติบโตแบบทบต้นต่อปีจะสูงถึง 34.5% ไปจนถึงปี 2030
นอกจากนี้ TechNavio ยังกล่าวว่า ตลาด NFT จะขยายตัวมูลค่าสูงถึง 68.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2023-2028 ถึงอย่างนั้น DappRadar ให้ความเห็นว่า เกิดอาชญากรรมไซเบอร์ท่ามกลางการเติบโตของตลาด ส่งผลให้สูญเสียรวมเป็นมูลค่าสูงถึง 407 ล้าน ในไตรมาสที่สองของปี 2023
อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าตลาดของ NFT มีพลวัตการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นผลจากการที่ผู้คนหันมาลงทุนมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยภายนอกอย่างกฎควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล และความผันผวนทางตลาด ทั้งนี้ NFT ก็ได้ชื่อว่าเป็นสินทรัพย์ใหม่เมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นในโลกของการลงทุน จึงเป็นธรรมดาที่จะได้เห็นคลื่นกระแสของทั้งโอกาสการเติบโต และความเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตลอดเวลา ถึงอย่างนั้น สิ่งสำคัญที่สุดในการลงทุนคือ ติดตามสถิติของมูลค่าสินทรัพย์ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง และความเป็นไปของสถานการณ์แวดล้อม เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างวิจารณญาณ
คำเตือน
- คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต
หมายเหตุ มุมมอง ข้อมูลความรู้ และความคิดเห็นถือมาเป็นเนื้อหาที่มาจากปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ถือเป็นการแสดงออกจากบริษัท บิทาซซ่า จำกัดและพนักงาน เนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน
อ้างอิง
Share this
- Crypto Weekly (30)
- Bitazza Blog (22)
- DAO (15)
- Beginner (14)
- ความปลอดภัย (11)
- mission (10)
- บล็อกเชน (8)
- Learning Hub (6)
- การค้าขาย (6)
- หัวข้อเด่น (6)
- ตลาด (5)
- วิจัย (5)
- เศรษฐศาสตร์ (3)
- Bitazza Insights (2)
- Security (2)
- Tether (USDt) (2)
- Token talk (2)
- Trading (2)
- เกี่ยวกับการสอน (2)
- Campaigns (1)
- Crypto รายสัปดาห์ (1)
- Disclosure (1)
- Educational (1)
- Featured (1)
- TradingView (1)
- missions (1)
- บิทาซซ่าบล็อกส์ (1)