Bitazza Thailand Blog

EOS มาแซงหน้า Ethereum จริงหรือแค่กระแส?

เขียนโดย Bitazza Team - 3 เม.ย. 2025, 18:54:09

 

EOS คือโปรเจกต์ที่สร้างขึ้นโดย Dan Larimer และ Brendan Blumer ได้เปิดระดมทุน หรือ ICO ในวันที่ 26 มิถุนายน 2017 และระดมทุนเสร็จในวันที่ 1 มิถุนายน 2018 และได้รับเงินจากการระดมทุนไปกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ โดย EOS เป็นโปรเจคบล็อกเชนที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความแตกต่างจากบล็อกเชนอื่น ๆ ในปัจจุบัน ทั้งในเรื่องการทำธุรกรรมได้หลายล้านธุรกรรมต่อวินาทีและตั้งใจทำให้เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Decentralized

 

ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับ EOS

ในช่วงปี 2025-2026 มีข่าวและเหตุการณ์สำคัญที่น่าสนใจและส่งผลต่อ EOS ดังนี้

  • Vaulta (EOS) เปิดตัวแพลตฟอร์มบริหาร Treasury ใหม่

Vaulta เตรียมเปิดตัว Omnitrove แพลตฟอร์มบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลระดับองค์กร เพื่อรวมการจัดการ Treasury ไว้ในระบบเดียว สามารถรองรับได้มากกว่า 25 บล็อกเชน ศูนย์กลางซื้อขาย พร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัยระดับสถาบันและ AI ในอนาคต โดย Omnitrove จะเพิ่ม Utility ให้กับโทเคน A (Vaulta) ที่จะเปิดให้ใช้งานช่วงต้นปี 2026 นี้

 ref vaulta.com 

  • CEO ของ Vaulta Foundation ประกาศลาอออก

ในช่วงปลายปี 2025 Yves La Rose CEO ของ Vaulta Foundation หรือที่รู้จักกันดีในชื่อเดิมว่า EOS Network ได้ประกาศลาออก ซึ่งทำให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ โดยการเลือกตั้งในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Vaulta ต่อการการบริหารงานแบบกระจายศูนย์ ซึ่ง La Rose จะยังคงอยู่ดูแลชั่วคราวเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านดำเนินไปอย่างราบรื่น

ref tokentopnews.com

  • Vaulta จับมือ World Liberty Financial

Vaulta และ World Liberty Financial ได้ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยมีเป้าหมายเร่งขยาย Web3 Banking ไปใช้งานในสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางกระแสการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลจากเอกชนและสถาบันทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางรากฐานสำหรับระบบการเงินรูปแบบใหม่ในอนาคต

ref x.com

 

 

EOS คืออะไร?

EOS (ย่อมาจาก "Enterprise Operation System") คือแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการพัฒนาและใช้งานแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Applications หรือ DApps) และสัญญาอัจฉริยะโดยมีจุดเด่นในด้านความเร็วและการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงสามารถรองรับธุรกรรมจำนวนมากในเวลาอันสั้น EOS จะสามารถทำธุรกรรมได้ถึงหลายล้านธุรกรรมต่อวินาทีเพราะ กลไก Delegated-Proof-of-stake (DPoS) ซึ่งต่างจากทาง Bitcoin หรือ Ethereum ที่ใช้ระบบ Proof-of-work (PoW) โดยในปัจจุบันหลายโปรเจกต์ Blockchain ใหม่ ๆ ได้หันมาใช้ระบบ Proof-of-stake แทน เนื่องจากมีประสิทธิภาพ และไม่กินพลังงาน รวมทั้งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการเปิดเครื่องขุด

 

 

เทคโนโลยีของ EOSIO Blockchain

EOSIO คือเทคโนโลยีบล็อกเชนที่เป็นพื้นฐานของแพลตฟอร์ม EOS ซึ่งมีจุดเด่นในด้านการรองรับการประมวลผลที่รวดเร็วและประสิทธิภาพสูง โดยมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถรองรับแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (DApps) และธุรกรรมที่ต้องการความเร็วสูงและต้นทุนต่ำได้

เทคโนโลยีหลักของ EOSIO Blockchain ได้แก่

1. Delegated Proof of Stake (DPoS)

DPoS เป็นระบบการพิสูจน์ความถูกต้องของธุรกรรมที่ใช้ใน EOSIO ซึ่งแตกต่างจาก Proof of Work (PoW) ที่ต้องการการใช้พลังงานสูงหรือ Proof of Stake (PoS) ที่ต้องการการล็อกเหรียญ EOS ไว้ ในระบบ DPoS ผู้ถือเหรียญ EOS จะเลือก "Block Producers" หรือ BP (ผู้ผลิตบล็อก) ซึ่งจะรับผิดชอบในการสร้างบล็อกและตรวจสอบธุรกรรม ระบบนี้ช่วยให้การประมวลผลธุรกรรมเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยสามารถประมวลผลได้หลายพันธุรกรรมต่อวินาที (TPS) และยังช่วยให้ระบบมีความยืดหยุ่นในการปรับปรุงและพัฒนา

2. ความสามารถในการปรับขนาด (Scalability)

EOSIO รองรับการขยายระบบให้สามารถรองรับธุรกรรมจำนวนมากโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ โดยใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น การพัฒนาและปรับแต่งโปรโตคอลให้รองรับจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการจัดการและควบคุมการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้ EOSIO สามารถรองรับแอปพลิเคชันที่มีการใช้งานสูงและธุรกรรมที่ต้องการความเร็ว

3. ระบบการทำธุรกรรมที่ไม่มีค่าธรรมเนียม (Fee-less Transactions)

EOSIO ใช้กลไกการทำธุรกรรมที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมโดยตรงจากผู้ใช้ (การทำธุรกรรมจะไม่เสียค่าธรรมเนียมเหมือนกับบล็อกเชนบางตัวที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมสูง) แทนที่ผู้ใช้จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม EOSIO ใช้ระบบการ "staking" หรือการล็อกเหรียญ EOS เพื่อใช้ทรัพยากรในการประมวลผลธุรกรรมหรือการใช้ DApps ต่าง ๆ

4. Smart Contracts และ WebAssembly (WASM)

EOSIO รองรับการพัฒนาและรัน Smart Contracts ที่เขียนในภาษา C++ โดยใช้ WebAssembly (WASM) เป็นเครื่องมือในการคอมไพล์ ซึ่งทำให้สามารถพัฒนาและรัน Smart Contracts ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว และสามารถรองรับการทำธุรกรรมจำนวนมากได้

5. การจัดการและการควบคุมการใช้ทรัพยากร (Resource Management)

EOSIO ใช้ระบบการ "staking" หรือการล็อกเหรียญ EOS เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงทรัพยากรจำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกรรม เช่น CPU, NET, และ RAM

6. การปกครองและการอัปเดตโปรโตคอล (Governance and Upgrades)

EOSIO ใช้กลไกการปกครองแบบประชาธิปไตย (Decentralized Governance) ซึ่งผู้ถือเหรียญ EOS มีสิทธิในการเลือก Block Producers ที่จะดูแลและปฏิบัติหน้าที่ในเครือข่าย ระบบนี้ช่วยให้การอัปเกรดและการเปลี่ยนแปลงในระบบสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายและยืดหยุ่น โดยไม่จำเป็นต้องใช้การ Hard Fork แบบในบล็อกเชนอื่น

7. การสนับสนุนการพัฒนา DApps

EOSIO มีเครื่องมือและฟีเจอร์ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (DApps) ได้ง่าย การรองรับภาษา C++ และ WebAssembly ทำให้การพัฒนา Smart Contracts บน EOSIO เป็นไปได้รวดเร็วและสามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย

 

ความแตกต่างระหว่าง EOS และ Ethereum

  • โครงสร้างเครือข่าย

EOS มีโครงสร้างที่มี Block Producer จำนวนจำกัด เน้นความเร็วและประสิทธิภาพ แต่ Ethereum ใช้โครงสร้างแบบกระจายศูนย์สูง เน้นความปลอดภัย

  • กลไกฉันทามติ

EOS ใช้ DPoS (Delegated Proof-of-Stake) ที่สามารถประมวลผลธุรกรรมได้ไว ส่วน Ethereum เน้นการกระจายศูนย์ผ่าน Pos (Proof-of-Stake)

  • ความเร็วในการทำธุรกรรม

EOS ออกแบบมาให้รองรับธุรกรรมจำนวนถึง 100,000 ธุรกรรมต่อวินาที ด้วยเทคโนโลยี Graphene ที่ช่วยประมวลผลแบบขนาน ขณะที่ Ethereum สามารถประมวลผลได้เพียง 15-30 ธุรกรรมต่อวินาทีเท่านั้น

  • การกำกับดูแล

EOS ใช้กติกากลางของ EOS เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ภายใต้ระบบการตัดสินเดียวกัน ส่วน Ethereum จะใช้การกำกับดูแลบนเชนที่ต้องยึดตามโค้ดมาตรฐาน และเมื่อเกิดความเห็นต่าง จะแก้ไขด้วยการแยกเครือข่าย (Fork)

  • ความสามารถในการขยายตัว

EOS สามารถรองรับการขยายตัวได้ดีตั้งแต่โครงสร้างหลัก ต่างจาก Ethereum ที่ยังพึ่งพา Layer 2 เพื่อขยายระบบ

  • การใช้งาน

EOS เหมาะกับ DApps ที่ต้องการความเร็ว เช่น เกมและโซเชียลแพลตฟอร์ม ส่วน Ethereum เด่นด้าน DeFi, NFT และ DAO

  • การพัฒนาชุมชน

EOS ยังคงมีชุมชนนักพัฒนาและคอมมูนิตี้ที่แข็งแรงน้อย Ethereum อย่างเห็นได้ชัด

 

 

จุดเด่นของ EOS Coin

EOS เป็นบล็อกเชนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ DApps (Decentralized Applications) โดยเน้น ความเร็วสูง ค่าธรรมเนียมต่ำ และประสิทธิภาพที่สามารถรองรับการขยายตัวของเครือข่ายได้ดี ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในคู่แข่งที่สำคัญของ Ethereum จุดเด่นที่ทำให้ EOS Coin โดดเด่น ได้แก่ 

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (Zero Transaction Fees)

EOS ไม่คิดค่าธรรมเนียมต่อธุรกรรมเหมือน Ethereum ที่ต้องจ่าย Gas Fees แต่จะใช้การ Stake เหรียญเพื่อใช้ทรัพยากร (CPU, RAM, NET) แทนการจ่ายค่าธรรมเนียม ช่วยให้ผู้ใช้สามารถโอนเหรียญและใช้ DApps ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

  • รองรับ DApps และ Smart Contracts

ใช้ C++ ในการพัฒนา Smart Contracts ซึ่งเป็นภาษาที่มีประสิทธิภาพสูง มีเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาเพื่อช่วยให้สร้าง DApps ได้ง่ายขึ้น เป็นหนึ่งในบล็อกเชนที่ได้รับความนิยมสำหรับ เกมบล็อกเชน (GameFi) และโซเชียลมีเดียแบบกระจายศูนย์

  • รองรับการขยายขนาด (Scalability สูง)

EOS สามารถรองรับ DApps ที่ต้องการประมวลผลธุรกรรมจำนวนมาก เช่น เกม โซเชียลมีเดีย และ DeFi ไม่มีปัญหาความแออัดของเครือข่ายแบบ Ethereum

 

 

การใช้งานของ EOS Coin

EOS Coin ถูกนำมาใช้งานหลายด้าน ดังนี้

  1. ใช้ Stake เพราะ EOS ไม่มีค่าธรรมเนียม ผู้ใช้ต้อง Stake เพื่อรับทรัพยากร เช่น CPU RAM เพื่อใช้เครือข่าย
  2. การสร้างและใช้งาน DApps EOS ใข้ C++ เป็นภาษาหลักในการพัฒนา Smart Contract
  3. การโหวตและการกำกับดูแลเครือข่าย EOS Coin ใช้เป็นเครื่องมือกำกับดูแลการอัปเดตและเปลี่ยนแปลงนโยบายของเครือข่าย

 

 

วิธีซื้อและเก็บ EOS Coin อย่างปลอดภัย

หากต้องการซื้อเหรียญ EOS  มีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

  1. เลือกแพลตฟอร์มซื้อขายที่เชื่อถือได้ เช่น Bitazza แพลตฟอร์มที่ได้รับการรับรองจากกลต. และรองรับเหรียญหลากหลายรวมถึง EOS ด้วย 
  2. เปิดการใช้งาน 2FA หรือการยืนยันตัวตนแบบสองชั้น และไม่เข้า Wi-fi สาธารณะเมื่อเข้าสู่ Wallet หรือ Exchange
  3. เพื่อความปลอดภัย หากต้องการถือเหรียญเป็นระยะเวลานานให้โอนเหรียญไปเก็บไว้ใน Hardware Wallet เพื่อป้องกันการถูกโจรกรรม

 

 

เปรียบเทียบ EOS กับบล็อกเชน Smart Contract อื่น ๆ

EOS เป็นหนึ่งในบล็อกเชนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ Smart Contracts และ DApps (Decentralized Applications) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม มีบล็อกเชนอื่น ๆ ที่แข่งขันในตลาดเดียวกัน เช่น Ethereum, Solana, BNB Chain และ Avalanche ซึ่งแต่ละเครือข่ายมีจุดแข็งและข้อจำกัดของตัวเอง

ข้อดีของ EOS เมื่อเทียบกับบล็อกเชนอื่น ๆ 

  • ความเร็วสูง รองรับ 4,000+ TPS
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมธุรกรรม (ต้อง Stake EOS แทน)
  • รองรับ DApps และ Smart Contracts ด้วย C++
  • สามารถอัปเกรดเครือข่ายได้ง่ายโดยไม่ต้อง Hard Fork

ข้อเสียของ EOS เมื่อเทียบกับบล็อกเชนอื่น ๆ 

  • Ecosystem ยังเล็กกว่าคู่แข่งอย่าง Ethereum และ Solana
  • ความนิยมลดลงหลังจากการเปิดตัวของบล็อกเชนรุ่นใหม่

ข้อจำกัดและความเสี่ยงของ EOS Coin

  • EOS ใช้ระบบ Delegated Proof-of-Stake (DPoS) ทำให้มีเพียง 21 Block Producers (BP) ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรม จึงอาจเกิดการผูกขาดอำนาจจากกลุ่ม BP ใหญ่ ๆ
  • ด้วยระบบนิเวศที่ยังเล็กกว่าคู่แข่งทำให้นักพัฒนายังเลือกใช้ Ethereum หรือ Solana
  • ด้านความปลอดภัย ถึงแม้ EOS จะไม่เคยถูกแฮ็ก แต่มีหลาย DApps บน EOS ที่เคยถูกโจมตี

 

แนวโน้มและอนาคตของ EOS Coin

  • แนวโน้ม Neutral-Bearish

หลายเว็บไซต์เทรดชื่อดังยังคงมองว่าราคา EOS (Vaulta)ในปี 2026 ยังคงผันผวนและแกว่งตัวในกรอบต่ำกว่า $1 สืบเนื่องจากแรงซื้อที่อ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม ราคา EOS (Vaulta) อาจมีศักยภาพเพิ่มขึ้นตามทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นฐานในอนาคต

  • บทบาทของ EOS ในอนาคต

EOS เป็นบล็อกเชนที่ผ่านทั้งช่วงดาวรุ่งและบททดสอบสำคัญจนพัฒนาเป็นเครือข่ายที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนอย่างแท้จริง ปัจจุบันจุดแข็ง EOS ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพด้านความเร็วและต้นทุนต่ำ แต่รวมถึงการทวงคืนอำนาจการกำกับดูแลกลับสู่ผู้ใช้งาน ภายใต้การนำของ EOS Network Foundation ซึ่ง EOS จะเดินหน้าเปิดรับการเชื่อมต่อกับ Ecosystem อื่นผ่าน EOS EVM เพื่อเปิดรับการทำงานร่วมกับเครือข่ายอื่นด้วย

นอกจากนี้นักวิเคราะห์มองว่าอนาคตของ EOS (Vaulta) จะขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ

  1. ความเร็วในการขยายฐานผู้ใช้งานของแพลตฟอร์ม VirgoPay
  2. ศักยภาพด้าน Compliance ของ Vaulta ในการดึงดูดธนาคารและพันธมิตรทางการเงิน

สรุปว่า EOS กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกหล่อหลอมโดยผู้ใช้งาน ที่มุ่งสู่การใช้งานจริงระดับสถาบันเป็นตัวกำหนดอนาคตของเครือขายนั่นเอง


ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนลงทุนใน EOS

ก่อนลงทุนใน EOS (Vaulta) นักลงทุนควรระวังความเสี่ยงหลายด้าน ได้แก่ ความผันผวนของราคาในตลาดคริปโตที่สูง แรงกดดันด้านกฎระเบียบจากการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเงินและธนาคารเกินจริงที่อาจดึงดูดความสนใจจากหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งกฎหมายแตกต่างกันในแต่ละประเทศทำให้ต้องปฏิบัตตามข้อกำหนดสูง รวมถึงความปลอดภัยในการเชื่อมต่อข้ามเครือข่ายและเทคโนโลยีใหม่ ๆ 

ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจ เพื่อการตัดสินใจลงทุนอย่างมั่นใจในระยะยาว

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ EOS

  • ค่าแก๊สของ EOS แพงไหม

EOS ไม่มี Gas Free ในการทำธุรกรรม แต่จะใช้การ Stak เหรียญเพื่อใช้ทรัพยากรแทนการจ่ายค่าธรรมเนียม

  • ราคาของ EOS ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไร

ราคาของเหรียญ EOS (Vaulta) ถูกกำหนดทั้งด้วยหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็น การใช้งานจริงของ DApps, จำนวนผู้ใช้งานของเครือข่าย, ปริมาณธุรกรรม, การอัปเกรดโปรโตคอล, ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสภาวะตลาดโดยรวม

  • EOS สามารถขุดได้ไหม

EOS ไม่สามารถขุด (Mine) ได้ เพราะใช้ระบบ Delegated Proof-of-Stake (DPoS) 

 

Conclusion

หาก EOS พัฒนาระบบนิเวศของตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดนักลงทุน และนักพัฒนาให้มาใช้งานเครือข่าย  EOS ก็จะเป็นหนึ่งในบล็อกเชนสำคัญที่น่าจับตามอง

 

 

คำเตือน

*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ 
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการให้คำแนะนำทางการเงินแต่อย่างใด

 

อ้างอิง