นักลงทุนหลาย ๆ ไม่รู้จะวางตัวยังไง เมื่อรู้ว่ารัฐบาลที่กีดกันและออกกฏที่ขัดขวางเหรียญดิจิตอล จะหันมาออกเหรียญดิจิตอลซะเอง ที่สำคัญไม่ได้เป็นแค่ประเทศเดียว ยังมีอีกหลายประเทศที่ธนาคารกลางแห่งประเทศนั้น ๆ ได้ริเริ่มลงทุน วิจัยและพัฒนาในการทำเหรียญดิจิตอล CBDC โดยมีมากถึง 110 ประเทศทั่วโลก ที่มีการวิจัย ศึกษา พัฒนารวมไปถึงใช้งานจริง สำหรับนักลงทุนหลาย ๆ คนอาจสนใจ วันนี้เราพามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันว่า เหรียญ CBDC คืออะไร และสำคัญอย่างไร มาดูไปพร้อม ๆ กันเลย
เหรียญ CBDC คือ เหรียญดิจิตอลที่สามารถใช้จ่าย ชำระค่าบริการสินค้า รักษามูลค่าได้ มีการใช้งานเหมือนเป็นเงินเฟียตประเภทหนึ่ง อีกทั้งยังได้รับการรับรองการใช้งานได้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่การใช้งานยังอยู่ในวงจำกัด มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่อนุญาตให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้เลย โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะทดสอบเพียงเท่านั้น โดยเหรียญนี้มีการใช้งานไม่ต่างจากเงินสดใด ๆ เลย เพียงแต่มีความต่างตรงที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ
เจ้าของเหรียญ CBDC คือ รัฐบาลกลางหรือธนาคารกลางแห่งประเทศ โดยชื่อนี้มาจากคำว่า Central Bank Digital Currency (CBDC) จะเห็นได้ว่าเหรียญ CBDC มีการใช้งานแบบเดียวกันกับเงินเฟียตทั่วไป สามารถชำระเงิน จ่ายค่าบริการตามปกติอีกด้วย นอกจากการใช้จ่ายตามปกติแล้ว เหรียญลักษณะนี้ยังเป็นเหรียญที่ธนาคารกลางสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในการชำระเงินได้ อย่าง ธปท. กำลังพัฒนาเหรียญนี้ในโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน พัฒนานวัตกรรมทางการเงินให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว รวมถึงรองรับการเขียนโปรแกรม (Programmability) ซึ่งช่วยให้ต้นทุนต่ำ เชื่อมโยงผู้ให้บริการรายอื่นได้อย่างรวดเร็ว ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ นั่นเอง
การทำงานของ CBDC คือ มีการใช้งานเหมือนเงินเฟียตทั่วไป ชำระหนี้ จ่ายค่าบริการ ทำธุรกรรมออนไลน์ได้ เหมือนกับการใช้งาน Mobile Banking ทั่วไป แต่ต่างกันตรงที่มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ ของเหรียญดิจิตอลมาใช้งานเพื่อทำให้ธุรกรรมโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน รวมไปถึงสามารถออกแบบนวัตกรรมทางการเงินที่สามารถรองรับการใช้สกุลเงินเหล่านี้ได้อีกด้วย
การทำงานของระบบ CBDC เป็นการใช้งานระบบบล็อกเชนมาทำธุรกรรมโดยใช้เทคโนโลยี Distributed Ledger Technology มาประมวลผลแบบกระจายศูนย์มาใช้ในเหรียญ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมการเงินผ่านธนาคารกลาง หรือการใช้เทคนิค Cryptography ในการเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลและป้องกันการปลอมแปลง หรือใช้ Smart Contract เพื่อสร้างเงื่อนไข สร้างกฎในการทำธรกรรมได้อย่างอัตโนมัติ เทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้เหรียญ CBDC มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และธนาคารควบคุมได้และยังตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างดี
ประเภทของ CBDC สามารถแบ่งได้ตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานได้ 2 แบบ คือ Retail CBDC และ Wholesale CBDC โดยการใช้เหรียญดังกล่าวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ รวดเร็ว และสามารถพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมทางการเงินได้ในอนาคต
คือ การทำธุรกรรมขนาดย่อยจากภาคธุรกิจและประชาชน เหมือนกับการใช้จ่ายโอนเงินผ่าน Mobile Banking ที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน
ใช้ทำธุรกรรมระหว่างสถาบันการเงินด้วยกันเอง (Wholesale CBDC) ไม่ว่าจะเป็นการโอนชำระเงินระหว่างธนาคารในกระบวนการชำระบัญชีแบบไม่ผ่านตัวกลางระหว่างธนาคาร การกระจายศูนย์เพื่อช่วยในการบันทึกธุรกรรม ทำให้ลดระยะเวลาในการประมวลผล เพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรม สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้
CBDC , Cryptocurrency และ Stable Coin เป็นเหรียญดิจิตอลเหมือนกันแต่ก็มีข้อแตกต่าง และเหมือนกันโดยสามารถแบ่งได้ง่าย ๆ ดังนี้
CBDC และ Cryptocurrency แตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ผู้ออกเหรียญ ที่ CBDC เป็นของรัฐบาลหรือธนาคารกลาง มีกฎหมายควบคุมและรองรับการใช้งาน มีการตรึงมูลค่าของเหรียญกับสกุลเงินของประเทศนั้น ๆ นิยมใช้เหมือนเงินสดทั่วไป ควบคุมธุรกรรมโดยธนาคารกลาง โดยเหรียญคริปโตฯ นั้นแตกต่างกันโดยที่ ไม่มีศูนย์กลาง ไม่มีกฎหมายควบคุมและรองรับ มีความผันผวนสูง ใช้เก็งกำไร ซื้อขายใน DeFi ปกปิดตัวตนได้ง่าย
ความเหมือนของ 2 เหรียญก็คือ เหรียญที่ออกมา มีเจ้าของชัดเจน มักตรึงค่าเงินกับสกุลเงินเฟียตจริง อีกทั้งความเป็นส่วนตัวขึ้นอยู่กับผู้ออกเหรียญเป็นผู้กำหนด และมีกฎหมายรองรับในบางประเทศด้วย
จะเห็นว่าการใช้งานของเหรียญ CBDC และ Cryptocurrency มีความแตกต่างกัน โดยเหรียญ CBDC จะใช้เหมือนกับการใช้งานแทนเงินสดทั่วไป ทั้งจ่ายค่าบริการ ชำระสินค้า เป็นต้น ซึ่งต่างจากการใช้เหรียญคริปโตฯ ที่ใช้ในการเก็งกำไรและลงทุนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้การใช้จ่ายจริงของเหรียญแต่ละแบบมีความแตกต่างกัน ถึงแม้จะเคยมีกรณีใช้เหรียญ BTC ในการจ่ายค่าพิซซ่าไปแล้วก็ตาม
เหรียญ CBDC ที่ออกโดยธนาคารกลางจะช่วยสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับรัฐบาลได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่หลาย ๆ ประเทศกำลังทดลองใช้งานเหรียญนี้ในวงแคบและยังอยู่ในระยะการทดลอง แต่ก็มีประเทศจีนที่นำเหรียญนี้มาใช้โดยออกในชื่อว่า เหรียญ ‘หยวนดิจิทัล’ รวมถึงเหรียญ CBDC จะเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสร้างนวัตกรรมทางการเงินแบบใหม่มาให้กับผู้ใข้งานได้มากน้อยแค่ไหนก็เป็นอีกเรื่องที่น่าจับตามอง แต่ ณ ปัจจุบัน เหรียญ CDBC ยังคงอยู่ในการจับตามองของนานาประเทศที่ซุ่มทดลอง และลองใช้งานอยู่ หากเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามา รับรองได้ว่าต้องเปลี่ยนโฉมการใช้งานเหรียญนี้ จากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างแน่นอน
คำเตือน
*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการให้คำแนะนำทางการเงินแต่อย่างใด
อ้างอิง