Shiba Inu (SHIB) ได้พัฒนาไปไกลกว่าการเป็นเพียงเหรียญคริปโตจากมีม กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและมี Community ที่แข็งแกร่ง ด้วยระบบนิเวศของ SHIB ที่รองรับการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) และยังมีฟังก์ชัน NFT Shiba Inu จึงได้รับความสนใจจากทั่วโลก บทความนี้จะพาคุณไปอัปเดตข่าวล่าสุดของเหรียญชิบะ รวมถึงศึกษาประวัติ ระบบนิเวศ จุดเปลี่ยนสำคัญ และการคาดการณ์อนาคตของ SHIB
เครือข่าย Layer 2 อย่าง Shibarium ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่มีการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นจากเกมและโปรเจกต์ NFT การอัปเกรดล่าสุดช่วยให้ "Gas Fee" หรือค่าธรรมเนียมในการโอนมีราคาถูกลงจนเกือบเป็นศูนย์ และเพิ่มความเร็วในการยืนยันธุรกรรม (Block Time) ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดนักพัฒนา dApps ทั่วโลก
Shiba Inu ได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะ "สกุลเงินที่ใช้จ่ายได้จริง" ผ่านความร่วมมือกับ BitPay และแอปพลิเคชันชำระเงินชั้นนำ ทำให้ปัจจุบันผู้ถือ SHIB สามารถนำไปซื้อสินค้าตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์หรู ไปจนถึงการจ่ายค่ากาแฟในร้านค้าที่รองรับทั่วโลก ข่าวการร่วมมือกับบริษัทขนส่งระดับโลกช่วยยกระดับภาพลักษณ์จากสินทรัพย์เก็งกำไรสู่สินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้งานได้จริง
หนึ่งในข่าวที่ชุมชน "SHIB Army" ให้ความสนใจมากที่สุดคือการพัฒนาระบบเผาเหรียญ (Token Burn) ที่เชื่อมโยงกับปริมาณธุรกรรมบน Shibarium ยิ่งมีการใช้งานเครือข่ายมากเท่าไหร่ เหรียญ SHIB จะถูกนำออกจากระบบมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาเรื่องจำนวน Supply ที่มหาศาล
สำนักวิเคราะห์ ICO Bench คาดการณ์ว่าราคา SHIB ในปี 2026 อาจเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง $0.000021 – $0.000052โดยอ้างอิงจากการพัฒนาทางเทคนิคที่เพิ่มขึ้นและศักยภาพของระบบนิเวศ ส่วนแพลตฟอร์ม Gate.com คาดการณ์ว่าราคาของ SHIB ในปี 2026 อาจแตะระดับสูงสุดที่ $0.0000178 ซึ่งสามารถให้ผลตอบแทนจากการลงทุนได้ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานการเคลื่อนไหวที่น่าจับตา นั่นคือการที่นักลงทุนรายใหญ่หรือที่เรียกกันว่า "วาฬ" ได้ทำการโอนย้ายเหรียญ SHIB จำนวนมหาศาลออกจากแพลตฟอร์มซื้อขายแบบรวมศูนย์ (Centralized Exchange) ไปเก็บไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัว (Cold Wallet) การกระทำนี้มักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเชิงบวก เนื่องจากเป็นการแสดงถึงความตั้งใจที่จะถือครองเหรียญในระยะยาว ไม่ใช่เพื่อการเก็งกำไรระยะสั้น การลดปริมาณเหรียญในตลาดแลกเปลี่ยนนี้ยังสามารถส่งผลให้อุปทานลดลง และมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นได้ หากมีแรงซื้อกลับเข้ามาในอนาคต (อ้างอิง Gate.com, icobench.com)
กระแสเงินลงทุนเริ่มเคลื่อนจาก SHIB มายัง PEPENODE ซึ่งเป็นสัญญาณว่านักลงทุนรุ่นใหม่ เริ่มมองหามีมคอยน์ที่มีคุณค่าเพิ่ม PEPENODE เปิดระบบการขุดเสมือน (Virtual Mining Simulator) ที่ผู้ใช้สามารถติดตามประสิทธิภาพของโหนดและอุปกรณ์การขุดเสมือนต่างๆ อย่างโปร่งใส และยังมีการ Staking สำหรับผู้เข้าร่วมพรีเซลล์ที่ให้ผลตอบแทนสูง (อ้างอิง cryptodnes.bg)
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2025 มีการโอนเหรียญ SHIB ประมาณ 253 พันล้านโทเคนไปยัง Binance ภายใน 24 ชั่วโมง แสดงถึงการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นและอาจนำไปสู่ความเคลื่อนไหวของตลาด มีการคาดการณ์ว่าการโอน SHIB ครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับการลงทุนจากสถาบันการเงินหรือการเคลื่อนไหวของวาฬคริปโต โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่าธุรกรรมขนาดใหญ่เช่นนี้อาจส่งผลต่อความผันผวนของราคา SHIB ในระยะสั้นได้
Shiba Inu เพิ่งประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับกระทรวงพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในโครงการด้านพลังงาน ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ SHIB มีบทบาทในโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น
Shibarium ซึ่งเป็นบล็อกเชน Layer 2 ของ Shiba Inu เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2023 และได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีกระเป๋าเงินในระบบมากกว่า 1.5 ล้านแห่งและปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Shibarium ถูกสร้างขึ้นบนเครือข่าย Ethereum เพื่อช่วยลดค่าธรรมเนียมก๊าซและเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรมของ SHIB และโทเคนอื่น ๆ ในระบบนิเวศ
Shiba Inu เป็นคริปโตเคอเรนซีแบบกระจายศูนย์ที่เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2020 ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนัขพันธุ์ชิบะอินุ และเริ่มต้นจากการเป็นเพียงการทดลองหนึ่ง ต่างจาก Bitcoin และ Ethereum ที่มีกรณีการใช้งานที่ชัดเจน SHIB เริ่มต้นจากมีมแต่สามารถเติบโตจนกลายเป็นเหรียญที่มีบทบาทสำคัญในตลาดคริปโตได้ ซึ่ง SHIB เป็นโทเคน ERC-20 ที่สร้างบน Ethereum ทำให้มีความปลอดภัยสูง และเข้ากันได้กับแอปพลิเคชัน Ethereum อื่น ๆ
Shiba Inu ก่อตั้งขึ้นในเดือนสิงหาคม 2020 โดยนักพัฒนานิรนามที่ใช้ชื่อว่า “Ryoshi” เป้าหมายคือการสร้างทางเลือกแบบกระจายศูนย์สำหรับ Dogecoin ที่ขับเคลื่อนโดย Community ทั้งหมดโดยสร้างขึ้นบนบล็อกเชนของ Ethereum เพื่อการใช้ประโยชน์จาก Smart Contract ทำให้สามารถผสานรวมเข้ากับโปรโตคอล DeFi ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
ในเดือนพฤษภาคม 2021 ผู้ก่อตั้ง Ethereum อย่าง Vitalik Buterin ได้รับเหรียญ SHIB มากถึง 50% ของอุปทานทั้งหมด ต่อมาเขาได้บริจาคกว่า 50 ล้านล้าน SHIB ให้กับกองทุนบรรเทาทุกข์โควิด-19 ของอินเดีย และเผาทิ้งเหรียญที่เหลือ ซึ่งช่วยลดปริมาณเหรียญหมุนเวียนในตลาดและส่งผลต่อราคาของ SHIB เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ SHIB ในด้านการกุศลและการกระจายอำนาจอย่างชัดเจน
ระบบนิเวศของ Shiba Inu ประกอบด้วยโทเคนหลัก 3 ตัว ได้แก่
SHIB เป็นโทเคนหลักที่ใช้ในการทำธุรกรรม การสเตก และการชำระเงิน ปัจจุบันเป็นโทเคนที่มีการซื้อขายมากที่สุดในระบบนิเวศ Shiba Inu
LEASH เคยถูกออกแบบมาให้ติดตามราคาของ Dogecoin แต่ปัจจุบันมีอุปทานจำกัดเพียง 107,646 โทเคน ทำให้เป็นสินทรัพย์ที่มีความพิเศษและหายาก ใช้สำหรับรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ภายในระบบนิเวศของ Shiba รวมถึงรางวัลจากการ Stake
BONE เป็นโทเคน governance ที่ใช้ใน Shiba Inu DAO ผู้ถือ BONE สามารถลงคะแนนเสียงในระบบนิเวศได้ นอกจากนี้ BONE ยังเป็นโทเคนหลักสำหรับธุรกรรมบนเครือข่าย Shibarium ซึ่งช่วยลดค่าธรรมเนียมก๊าซของ Ethereum
ในเดือนตุลาคม 2021 ราคาของ SHIB พุ่งขึ้นกว่า 240% ภายในสัปดาห์เดียว นับเป็นการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ครั้งแรกของเหรียญ โดยมีปัจจัยหลักมาจากความสนใจของนักลงทุนรายย่อยและกระแสความนิยมใน Community
ShibaSwap ซึ่งเป็นกระดานแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์ (DEX) ถูกเปิดตัวเพื่อให้ผู้ใช้สามารถซื้อขายโทเคน SHIB, BONE และ LEASH ได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ให้ผู้ใช้งานสามารถ Stake โทเคนและเพิ่มสภาพคล่องเพื่อรับรางวัลได้อีกด้วย
Shiba Inu ที่สร้างซ้อนอยู่บน Ethereum อีกที (Layer 2) มีหน้าที่ดึงธุรกรรมออกจากสายพานหลักของ Ethereum เพื่อให้การโอน SHIB รวดเร็วขึ้นมากและเสียค่าธรรมเนียมถูกลงอย่างมหาศาล
เป็นกระดานเทรด (DEX) ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ทำธุรกรรมต่างๆ ได้แก่
แม้ว่า Shiba Inu (SHIB) จะเริ่มต้นจากการเป็น Meme coin แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบนิเวศของ Shiba Inu ได้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ SHIB และโทเคนอื่น ๆ ในเครือข่ายสามารถใช้งานได้ในหลากหลายรูปแบบ ดังนี้
Shiba Inu เป็นหนึ่งในเหรียญที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงและมีสภาพคล่องที่ดี นักลงทุนสามารถทำกำไรจากการซื้อขายเหรียญ SHIB ได้ทั้งในตลาดกระจายศูนย์ (DEX) และตลาดศูนย์กลาง (CEX) ซึ่งรองรับคู่ซื้อขายของ SHIB หลายคู่ เช่น SHIB/USDT, SHIB/BTC และ SHIB/ETH
หนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของระบบนิเวศ Shiba Inu คือ ShibaSwap ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม DEX ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำการ Staking และให้สภาพคล่อง (Liquidity Providing) เพื่อรับผลตอบแทนจากการถือครองโทเคน SHIB, BONE และ LEASH
Shibarium เป็นเครือข่าย Layer 2 ที่สร้างขึ้นบน Ethereum โดยมีเป้าหมายเพื่อลดค่าธรรมเนียมแก๊สและเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรมภายในระบบนิเวศของ Shiba Inu โทเคนที่ใช้ในเครือข่ายนี้คือ BONE ซึ่งทำหน้าที่เป็นโทเคนสำหรับการจ่ายค่าธรรมเนียมแก๊ส
Shiba Inu กำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะวิธีการชำระเงิน โดยธุรกิจหลายแห่งทั่วโลกเริ่มรองรับ SHIB สำหรับการซื้อสินค้าและบริการ ตัวอย่างเช่น:
หากคุณต้องการลงทุนใน Shiba Inu (SHIB) คุณสามารถซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต เช่น Bitazza ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมและรองรับการซื้อขายเหรียญ SHIB อย่างปลอดภัย
แม้ว่า Shiba Inu จะมีจุดเริ่มต้นจาก Meme coin แต่ในปัจจุบันได้ขยายระบบนิเวศของตัวเองจนกลายเป็นโปรเจกต์บล็อกเชนที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของแนวโน้มอนาคต มีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนควรพิจารณา
เมื่อเรามองไปที่ปี 2026 สถานการณ์ของตลาดคริปโตน่าจะผ่านพ้นช่วงวิกฤตหลายรอบมาแล้ว และนี่คือเหตุผลที่ SHIB ยังคงเป็นตัวเลือกที่นักลงทุนให้ความสนใจ
ในปี 2026 คาดว่าโปรเจกต์ Metaverse ของ Shiba Inu จะพัฒนาไปไกลมาก ผู้เล่นจะสามารถซื้อที่ดินเสมือนจริง สร้างธุรกิจ และหารายได้ภายในโลกของ Shiba ได้จริง ซึ่งจะสร้าง Demand มหาศาลให้กับตัวเหรียญ การเปลี่ยนจาก "เหรียญที่ถือไว้ดูเล่น" เป็น "เหรียญที่ต้องใช้ในโลกเสมือน" จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของราคา
ปัญหาใหญ่ของ SHIB คือจำนวนเหรียญที่มีอยู่หลัก "พันล้านล้าน" แต่ในปี 2026 หากระบบเผาเหรียญอัตโนมัติบน Shibarium ทำงานอย่างต่อเนื่องร่วมกับการเผาเหรียญจากโปรเจกต์เสริมต่างๆ เราอาจเห็นจำนวน Supply ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งตามหลักเศรษฐศาสตร์ เมื่อความต้องการ (Demand) เพิ่มขึ้นแต่จำนวนของ (Supply) ลดลง ราคาย่อมมีทิศทางที่เป็นบวก
ในปี 2026 เราอาจเห็นกองทุน ETF ที่เกี่ยวกับเหรียญมีม หรือการที่สถาบันการเงินเริ่มนำ SHIB เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อกระจายความเสี่ยง เนื่องจาก SHIB มีชุมชนที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก (Strong Community) ซึ่งความแข็งแกร่งของชุมชนนี้เองที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้เหรียญตายหายไปจากตลาด
แม้จะมีอนาคตที่สดใส แต่นักลงทุนต้องไม่ลืมว่า SHIB ยังคงมีความผันผวนสูง (High Volatility) การลงทุนในปี 2026 ควรแบ่งสัดส่วนพอร์ตให้ดี และติดตามข่าวสารการอัปเกรดทางเทคนิคอย่างใกล้ชิด เพราะหากทีมพัฒนาล่าช้าใน Road Map อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นได้
ราคาสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) อยู่ที่ประมาณ $0.00008841 (ตุลาคม 2021) การไปถึงจุดนั้นได้เกิดจากกระแสความนิยมทั่วโลก การเข้าจดทะเบียนใน Coinbase และแรงเชียร์จากชุมชนโซเชียลมีเดีย
หนึ่งในตำนานที่น่าสนใจที่สุดของโลกคริปโต Ryoshi ผู้ก่อตั้งที่ไม่เปิดเผยตัวตน ได้โอนเหรียญ 50% ของทั้งหมดไปที่กระเป๋าของ Vitalik Buterin (ผู้ก่อตั้ง Ethereum) โดยให้เหตุผลว่า "เพื่อให้เหรียญมีความปลอดภัยและไม่มีใครสามารถควบคุมมันได้ แม้แต่ตัวเขาเอง"
เหตุการณ์นี้จบลงด้วยการที่ Vitalik นำเหรียญประมาณ 10% ไปบริจาคเพื่อการกุศลช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดในอินเดีย (มูลค่าขณะนั้นกว่า 1 พันล้านดอลลาร์) และ "เผา" เหรียญที่เหลืออีก 90% ทิ้งอย่างถาวร เหตุการณ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า SHIB ไม่ใช่โปรเจกต์หลอกลวง (Scam) และสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากลทันที
Shiba Inu ในปี 2026 จะไม่ใช่แค่เรื่องของกระแสชั่วคราว แต่คือบททดสอบของระบบนิเวศการเงินที่พยายามสร้างขึ้นมา หากคุณกำลังมองหาสินทรัพย์ที่มีทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่น่าตื่นเต้น SHIB ยังคงเป็นเหรียญที่มองข้ามไม่ได้
เหรียญชิบะ (Shiba Inu) เริ่มต้นจากการเป็น Meme Coin ที่มีแรงผลักดันจากชุมชน แต่ได้พัฒนาและขยายตัวจนกลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีระบบนิเวศและการใช้งานจริงที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา ShibaSwap, การเปิดตัว Shibarium, หรือการเป็นวิธีการชำระเงินในบางธุรกิจ SHIB จึงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังความเสี่ยงที่มาพร้อมกับความผันผวนของตลาดคริปโต และลักษณะการเก็งกำไรของเหรียญนี้ ก่อนการตัดสินใจลงทุน ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบเพื่อทำความเข้าใจทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
คำเตือน
*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการให้คำแนะนำทางการเงินแต่อย่างใด
อ้างอิง