Share this
Hardware Wallet คืออะไร? รู้ไว้ไม่ถูกแฮกคริปโต
Hardware Wallet เป็นอุปกรณ์สำคัญของผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถเก็บสินทรัพย์ไว้ได้อย่างปลอดภัย ในบทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Hardware Wallet กันว่ามีหลักการทำงานอย่างไร จำเป็นหรือไม่สำหรับผู้ครองครองเหรียญคริปโต และถ้าจะมองหา Hardware Wallet สักเครื่องควรเลือกตัวไหนดี
Hardware Wallet คืออะไร
Hardware Wallet เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ผู้ถือเหรียญดิจิทัลสามารถเข้าไปจัดการธุรกรรมต่าง ๆ กับเหรียญของตนเองที่อยู่ในบล็อกเชนได้ โดยผู้ถือ Hardware Wallet จะต้องมี Private Key เพื่อใช้เข้ากระเป๋าเหรือ Hardware Wallet
ประเภทของ Hardware Wallet
Hardware Wallet มีหลายประเภทซึ่งจะแตกต่างกันตามฟีเจอร์และความสะดวกในการใช้งาน ได้แก่
1. USB Hardware Wallet
Hardware Wallet ประเภทนี้จะใช้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนผ่าน USB เพื่อเข้าถึงและจัดการคริปโตเคอร์เรนซี่ที่อยู่ในกระเป๋าที่จัดเก็บไว้ในอุปกรณ์
2. Bluetooth Hardware Wallet
อุปกรณ์ประเภทนี้เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และสามารถใช้งานร่วมกับมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้สะดวก มีฟังก์ชัน Bluetooth สำหรับการใช้งานมือถือ
3. MicroSD / SD Card Hardware Wallet
รองรับหลายเหรียญโทเคนในอุปกรณ์เดียว และสามารถเก็บเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่จากหลายบล็อกเชนได้
การทำงานของ Hardware Wallet
กลไกหลักของ Hardware Wallet คือการทำหน้าที่เป็น “Cold Storage” หรือกระเป๋าเก็บคริปโตแบบออฟไลน์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา แตกต่างจาก Software Wallet หรือแอปฯ ในมือถือทั่วไป โดยมีกระบวนการทำงานที่สำคัญดังนี้
- การเก็บรักษา Private Key: Hardware Wallet จะไม่ได้เก็บเหรียญคริปโตไว้ในตัวเครื่อง (เพราะเหรียญอยู่บนบล็อกเชน) แต่จะทำหน้าที่เก็บ Private Key หรือ "รหัสลับ" ที่ใช้ยืนยันความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ไว้ในชิปประมวลผลที่มีความปลอดภัยสูง (Secure Element) ซึ่งแยกส่วนจากระบบอินเทอร์เน็ตอย่างสิ้นเชิง โดยผู้ใช้จะต้องจด Private Key เอาไว้ในที่ที่ปลอดภัย
- การลงนามธุรกรรมแบบ Offline (Offline Signing): เมื่อคุณต้องการโอนเหรียญผ่าน แอปเทรดคริปโต ข้อมูลธุรกรรมจะถูกส่งเข้าไปยัง Hardware Wallet เพื่อให้คุณกดปุ่ม "ยืนยัน" (Sign) บนตัวอุปกรณ์จริง ๆ เท่านั้น Private Key จะไม่มีวันหลุดรอดออกไปในโลกออนไลน์ ทำให้แฮกเกอร์ไม่สามารถขโมยรหัสผ่านผ่านทางไวรัสหรือมัลแวร์ในคอมพิวเตอร์ได้
- หน้าจอแสดงผลเพื่อการตรวจสอบ: อุปกรณ์ส่วนใหญ่จะมีหน้าจอในตัวเพื่อใช้ตรวจสอบที่อยู่กระเป๋า (Wallet Address) และจำนวนเหรียญที่จะโอนอีกครั้งก่อนกดยืนยัน ป้องกันการถูกมิจฉาชีพปลอมแปลงข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
วิธีเลือก Hardware Wallet
การเลือก Hardware Wallet ต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่
1. เหรียญโทเคนที่ต้องการใช้งาน
Hardware Wallet แต่ละชนิด รองรับเหรียญที่แตกต่างกัน จะมี Hardware wallet บางตัวเท่านั้นที่รองรับได้หลายเหรียญ จึงต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่าต้องการใช้กระเป๋าเก็บเงินสกุลใด และ Hardware Wallet นั้นรองรับหรือไม่
2. การเชื่อมต่อ
ดูที่ความสะดวกในการใช้งาน เช่น ต้องเชื่อมต่อผ่าน USB หรือ Bluethooth เพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งาน
3. ความปลอดภัย
เลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ เช่น Trezor hardware wallet, Ledger hardware wallet เป็นต้น เพราะมีการเข้ารหัสที่ปลอดภัย รองรับ 2FA และเป็นแบรนด์ที่ใช้กันอย่างกว้างขวางได้รับการยอมรับ
วิธีใช้งาน Hardware Wallet
การใช้งาน Hardware Wallet มีขั้นตอนที่ซับซ้อน และแต่ละรุ่นก็จะมีการใช้งานใกล้เคียงกัน โดยมีขั้นตอนการใช้งานดังนี้
- การตั้งค่า เชื่อมต่อ Hardware Wallet กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน ด้วย USB หรือ Bluetooth และติดตั้งแอปพลิเคชั่นของ Hardware Wallet แต่ละยี่ห้อ
- ตั้งค่า PIN เมื่อใช้งานครั้งแรกจะต้องตั้งรหัสพินเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
- บันทึก Recovery Seed อุปกรณ์ Hardware Wallet จะให้ recovery seed เป็นคำ 12-14 คำ ซึ่งใช้สำหรับการกู้คืนกระเป๋า หากอุปกรณ์สูญหาย จะต้องเก็บคำเหล่านี้ไว้ในที่ปลอดภัย เพราะหากมีผู้รู้ recovery seed ก็จะสามารถเข้าถึงกระเป๋าเงินคริปโตของเราได้
- การรับส่งคริปโต เมื่อตั้งค่าเรียบร้อย ก็สามารถรับหรือส่งเหรียญคริปโตได้ โดยเลือกเหรียญที่ต้องการรับ เช่น Bitcoin, Ethereum แล้วกดรับ เพื่อนำที่อยู่ Wallet มาใช้ในการโอนคริปโตจากกระเป๋าอื่น หากต้องการส่งให้นำที่อยู่ Wallet ปลายทางมาใส่และใส่จำนวนเหรียญที่ต้องการส่ง จากนั้นกดยืนยันและทำธุรกรรมได้เลย
Hardware Wallet เหมาะกับใคร
แม้ว่าการใช้งาน กระดานเทรดคริปโต ที่ได้มาตรฐานจะมีความปลอดภัยสูงอยู่แล้ว แต่ Hardware Wallet เป็นเครื่องมือเสริมที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับบุคคลกลุ่มต่อไปนี้
- นักลงทุนระยะยาว (HODLer) หากคุณถือเหรียญมูลค่าสูงอย่าง Bitcoin (BTC) หรือ Ethereum (ETH) ไว้เป็นเวลานาน การเก็บไว้ในอุปกรณ์ออฟไลน์จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ได้ดีที่สุด
- ผู้ที่ต้องการความปลอดภัย สำหรับคนที่มักกังวลเรื่องการถูกแฮกอีเมล หรือเผลอกดลิงก์แปลก ๆ Hardware Wallet จะเป็นปราการด่านสุดท้ายที่มิจฉาชีพไม่สามารถข้ามผ่านได้หากไม่มีตัวอุปกรณ์จริงอยู่ในมือ
- ผู้ที่ต้องการควบคุมสินทรัพย์ด้วยตัวเอง (Self-Custody) หากคุณเชื่อในคติ "Not your keys, not your coins" การใช้ Hardware Wallet จะทำให้คุณเป็นเจ้าของ Private Key อย่างแท้จริง 100%
ข้อดีของการใช้ Hardware Wallet
Hardware Wallet เป็นอุปกรณ์เก็บคริปโตที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือเหมาะกับนักลงทุนระยะยาว เพราะ Hardware wallet เป็นอุปกรณ์ที่ไม่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต จึงไม่มีความเสี่ยงต่อการถูกแฮก เมื่อต้องการทำธรุกรรมจะต้องทำผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และการยืนยันต้องทำผ่าน Hardware Wallet เท่านั้น จึงปลอดภัยต่อ Spam และ Malware ในระดับหนึ่ง และหาก Hardware Wallet สูญหายก็ยังสามารถดึงข้อมูลด้วย Recovery Seed ได้ นอกจากนั้นยังมีขนาดเล็กและพกพาสะดวกอีกด้วย
ข้อจำกัดของ Hardware Wallet
ถึงแม้ว่า Hardware Wallet จะมีประโยชน์มาก แต่ก็มีข้อจำกัดที่อาจทำให้ไม่เหมาะกับผู้ใช้งานทุกคน เพราะการทำธุรกรรมต้องทำหลายขั้นตอน และใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นหากเป็นนักลงทุนระยะสั้นอาจไม่เหมาะกับ Hardware wallet เพราะอาจจะพลาดโอกาสซื้อขายเหรียญในราคาที่ต้องการ และยังต้องเสียค่าธรรมเนียมที่ต้องโอนเหรียญมาเก็บไว้ในกระเป๋า Hardware wallet ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการทำธุรกรรมบ่อย ๆ แต่เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ซื้อเหรียญแล้วนำมาเก็บไว้เพื่อรอจังหวะขายมากกว่า และตัวอุปกรณ์เองก็มีราคาค่อนข้างสูงและการใช้งานที่ค่อนข้างยุ่งยากสำหรับมือใหม่
Hardware Wallet ตัวไหนดี
Hardware Wallet ที่เป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมีอยู่หลายแบรนด์ด้วยกัน ได้แก่
1. Ledger Nano X
ข้อดี:
- รองรับเหรียญหลายตัว (Bitcoin, Ethereum, XRP, Litecoin, และอื่นๆ)
- รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ทำให้ใช้งานได้สะดวกกับมือถือ
- มีหน้าจอสีเพื่อการยืนยันธุรกรรมที่ง่าย
- ความปลอดภัยสูงด้วย Secure Element และฟีเจอร์การเข้ารหัสหลายชั้น
ข้อจำกัด:
- ราคาอาจจะสูงกว่ารุ่นอื่น ๆ
- ขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับบางรุ่น
2. Ledger Nano S
ข้อดี:
- ราคาค่อนข้างคุ้มค่าเมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ให้
- รองรับเหรียญหลัก ๆ เช่น Bitcoin, Ethereum, และอื่น ๆ
- ขนาดกะทัดรัดและพกพาง่าย
ข้อจำกัด:
- ไม่มี Bluetooth (ต้องเชื่อมต่อผ่าน USB)
- หน่วยความจำสำหรับเก็บเหรียญไม่มากเท่ารุ่น Nano X, อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีเหรียญหลายตัว
3. Trezor Model T
ข้อดี:
- มี หน้าจอสัมผัส ขนาดใหญ่ที่ใช้งานง่ายและทำให้การยืนยันธุรกรรมสะดวก
- รองรับเหรียญหลายประเภท รวมถึงเหรียญ DeFi และ ERC-20 tokens
- ความปลอดภัยสูงด้วยการเข้ารหัสขั้นสูง
- มีฟีเจอร์ Password Manager และ 2FA (สองขั้นตอน)
ข้อจำกัด:
- ราคาค่อนข้างสูง
- ไม่รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth, ต้องใช้งานผ่าน USB
4. Trezor One
ข้อดี:
- ราคาถูกและเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
- รองรับเหรียญยอดนิยม เช่น Bitcoin, Ethereum, Litecoin
- ใช้งานง่ายและสะดวก
ข้อจำกัด:
- ไม่มี หน้าจอสัมผัส และฟังก์ชันบางอย่างไม่เทียบเท่ากับ Trezor Model T
- ไม่มี Bluetooth (เชื่อมต่อผ่าน USB)
5. CoolWallet S
ข้อดี:
- ขนาดบางเฉียบและพกพาง่ายเหมือนบัตรเครดิต
- รองรับ Bluetooth สำหรับการเชื่อมต่อกับมือถือ
- รองรับเหรียญหลายตัวและใช้แอปมือถือในการจัดการ
- กันน้ำและทนทาน
ข้อจำกัด:
- ราคาค่อนข้างสูง
- ขนาดหน้าจอเล็ก ทำให้การยืนยันธุรกรรมไม่สะดวกเท่ารุ่นที่มีหน้าจอขนาดใหญ่
6. KeepKey
ข้อดี:
- ราคาถูกกว่า Trezor และ Ledger
- หน้าจอขนาดใหญ่ ที่ทำให้การยืนยันธุรกรรมง่ายขึ้น
- รองรับเหรียญหลัก ๆ และใช้งานง่าย
ข้อจำกัด:
- รองรับเหรียญน้อยกว่า Ledger หรือ Trezor
- ไม่มีฟีเจอร์การเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth
Hardware Wallet ราคาเท่าไหร่
ในปัจจุบันปี 2026 Hardware Wallet มีให้เลือกหลากหลายรุ่นตามงบประมาณและความต้องการ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับราคาหลักดังนี้
- ระดับเริ่มต้น (Budget) ราคาโดยประมาณ 1,800-3,500 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นใช้ Hardware Wallet ที่ต้องการความคุ้มค่า รุ่นที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Ledger Nano S Plus, SafePal X1, Trezor Safe 3 เน้นความปลอดภัยพื้นฐาน เวลาใช้งานต้องเชื่อมต่อผ่านสาย USB จึงต้องใช้คู่กับคอมพิวเตอร์ทุกครั้ง ราคาเข้าถึงง่าย
- ระดับกลาง (Mid-Range) ซึ่งมีช่วงราคาประมาณ 4,000 – 7,500 บาท จุดเด่นที่เพิ่มเข้ามาคือความสะดวกสบายในการใช้งาน (Mobility) โดยมักจะรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth หรือ NFC ทำให้คุณสามารถกดยืนยันธุรกรรมผ่าน แอปเทรดคริปโต บนสมาร์ทโฟนได้โดยไม่ต้องต่อสายกับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา เหมาะสำหรับสาย DeFi หรือนักลงทุนที่ต้องทำธุรกรรมบ่อยครั้งในขณะเดินทาง Hardware Wallet ที่ได้รับความนิยมในระดับนี้ ได้แก่ Ledger Nano X, Ledger Flex หรือ Trezor Safe 5
- ระดับพรีเมียม (Premium) ที่มีราคาสูงตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป เช่น Ledger Stax, Trezor Model T หรือ Ngrave Zero อุปกรณ์กลุ่มนี้ไม่ได้ให้แค่ความปลอดภัย แต่ยังมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ บางรุ่นเป็นหน้าจอ E-ink วัสดุตัวเครื่องที่ทนทานและพรีเมียมมากขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนที่ล้ำสมัย เพื่อให้การตรวจสอบ ราคาคริปโต และการลงนามธุรกรรมทำได้ชัดเจนและมั่นใจที่สุด
ไม่ว่าจะเลือกซื้อ Hardware Wallet รุ่นใด ก็ควรเลือกซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น หรือสั่งตรงจากเว็บไซต์ผู้ผลิต เพื่อป้องกันอุปกรณ์ที่ถูกดัดแปลงหรือติดตั้งมัลแวร์โดยมิจฉาชีพ ซึ่งอาจทำให้สินทรัพย์ของคุณถูกขโมยได้ทันทีที่เริ่มใช้งาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Hardware Wallet
-
Seed Phrase สำคัญอย่างไร
Seed Phrase หรือ Recovery Phrase เป็นคำศัพท์ 12-24 คำ ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ ใช้สำหรับเข้าถึงข้อมูลคริปโต เมื่ออุปกรณ์สูญหายก็จะสามารถเข้าถึงกระเป๋าได้บนอุปกรณ์อื่น ดังนั้นต้องเก็บ Seed Phrase ไว้ในที่ปลอดภัย ไม่ให้บุคคลอื่นเข้าถึง และระวังไม่ให้หายเพราะไม่สามารถขอใหม่ได้
-
Paper Wallet คืออะไร
Paper Wallet คือกระเป๋าคริปโตที่เก็บ Private key คือรหัสที่ใช้เข้าถึงเหรียญในกระเป๋าและ Public key ที่อยู่ของกระเป๋าที่ใช้รับเหรียญไว้บนกระดาษ โดยจะมีการสร้างชุดของ QR codes หรือข้อความที่เป็นตัวอักษร ซึ่งสามารถใช้ในการรับและส่งเหรียญจากกระเป๋านี้ได้ การเก็บเหรียญด้วย Paper Wallet ก็เป็นวิธีการที่ปลอดภัย เพราะเป็นการเก็บแบบออฟไลน์ไม่ต้องเชื่อมต่อกับเครือข่าย
-
Hardware wallet ซื้อที่ไหน
ควรเลือกซื้อ Hardware wallet จากร้านค้าที่เชื่อถือได้ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และไม่ควรซื้อ Hardware wallet มือสอง เพราะเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล สามารถเลือกซื้อ Hardware Wallet เพื่อปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างปลอดภัยได้ที่ shop.ledger.com
Conclusion
วิธีการเก็บคริปโตเคอร์เรนซี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ถือสินทรัพย์ดิจิทัล แต่นักลงทุนก็ต้องเลือกอุปกรณ์หรือชนิดของ Wallet ให้เหมาะกับการใช้งาน หากชอบซื้อมาขายไปในระยะสั้น และถือเหรียญหลายสกุล Hardware Wallet อาจไม่ใช่อุปกรณ์ที่เหมาะ แต่ถ้าต้องการความปลอดภัยสูง และไม่ได้ทำธุรกรรมบ่อยนัก Hardware Wallet ก็เป็นหนึ่งตัวเลือกที่ควรจะมีไว้
คำเตือน
*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการให้คำแนะนำทางการเงินแต่อย่างใด
Share this
- กุมภาพันธ์ 2026 (15)
- มกราคม 2026 (22)
- ธันวาคม 2025 (22)
- พฤศจิกายน 2025 (12)
- ตุลาคม 2025 (20)
- กันยายน 2025 (18)
- สิงหาคม 2025 (21)
- กรกฎาคม 2025 (35)
- มิถุนายน 2025 (30)
- พฤษภาคม 2025 (26)
- เมษายน 2025 (38)
- มีนาคม 2025 (19)
- กุมภาพันธ์ 2025 (22)
- มกราคม 2025 (9)
- ธันวาคม 2024 (10)
- พฤศจิกายน 2024 (8)
- ตุลาคม 2024 (9)
- กันยายน 2024 (9)
- สิงหาคม 2024 (15)
- กรกฎาคม 2024 (2)
- มิถุนายน 2024 (46)
- มกราคม 1970 (1)
Subscribe by email

Hardware Wallet คืออะไร? รู้ไว้ไม่ถูกแฮกคริปโต

CC คืออะไร? ก้าวต่อไปของสินทรัพย์ในโลกจริงบนบล็อกเชน

XAUt คืออะไร? เจาะลึก Tether Gold ทางเลือกใหม่ของการลงทุนทองคำในยุคดิจิทัล 2026

ขุด Bitcoin คืออะไร? สรุปวิธีขุด อุปกรณ์ที่ต้องใช้ และสิ่งที่ต้องระวัง

Polygon คืออะไร? รู้จัก MATIC ตัวช่วยขยายเครือข่าย Ethereum ให้เร็วและถูกลง

Decentralized คืออะไร? เจาะลึกการกระจายอำนาจเปลี่ยนโลกการเงิน พร้อมข้อดี-ความเสี่ยง DeFi

Dogecoin คืออะไร? จากเหรียญมีมตลกสู่สินทรัพย์ยอดฮิต

CVC คืออะไร? เจาะลึกเหรียญ Civic ระบบยืนยันตัวตนแห่งอนาคตบน Blockchain

รู้จัก USDT ให้ลึกก่อนเริ่มใช้: Stablecoin เบอร์ 1 ที่ต้องมีในพอร์ตคริปโต

