Bitazza Thailand Blog

การขุด Bitcoin คืออะไร? กระบวนการและอุปกรณ์ที่ต้องมี

เขียนโดย Bitazza Team - 25 มี.ค. 2025, 4:45:00

 

ในยุคที่คริปโตเคอร์เรนซี่กำลังเป็นที่สนใจ มีคนจำนวนมาก รวมถึงบริษัทหลายแห่งหันมาเปิดธุรกิจการขุด Bitcoin แล้วการขุด Bitcoin คืออะไร มีขั้นตอนและวิธีการอย่างไร มาดูกัน

 

ขุด Bitcoin คืออะไร?

การขุด Bitcoin คือ กระบวนการที่ใช้ในการสร้างและยืนยันธุรกรรมในเครือข่ายบิทคอยน์ (Bitcoin) โดยการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนเพื่อเพิ่มบล็อกใหม่ลงในบล็อกเชน (Blockchain) ของบิทคอยน์ และผู้ที่ขุดจะได้รับรางวัลเป็นบิทคอยน์ใหม่ และช่วยให้ระบบของบิทคอยน์ทำงานได้อย่างปลอดภัยและโปร่งใส

 

วิธีการขุด Bitcoin

ขั้นตอนการขุดบิทคอยน์ เป็นกระบวนการที่ต้องใช้พลังคำนวณสูงในการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมบนเครือข่ายบิทคอยน์ รวมถึงการเพิ่มบล็อกใหม่ลงในบล็อกเชน ของบิทคอยน์ ซึ่งขั้นตอนหลักๆ ของการขุดบิทคอยน์มีดังนี้:

  1. การตรวจสอบธุรกรรม: ทุกครั้งที่มีการส่งบิทคอยน์จากผู้ใช้คนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง ระบบจะเก็บธุรกรรมเหล่านั้นไว้ใน "บล็อก" ของบล็อกเชน แต่ละบล็อกจะมีข้อมูลธุรกรรมหลายรายการ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับบล็อกก่อนหน้า
  2. การแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Proof of Work): การขุด Bitcoin จะเกี่ยวข้องกับการ แก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน ซึ่งเรียกว่า Proof of Work ผู้ขุดจะต้องใช้พลังคำนวณจากเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อค้นหาคำตอบที่ถูกต้อง
  3. การเพิ่มบล็อกใหม่ลงในบล็อกเชน: เมื่อขุดได้สำเร็จ ผู้ขุดจะส่งคำตอบให้กับเครือข่ายเพื่อเพิ่มบล็อกใหม่ลงในบล็อกเชน และธุรกรรมที่อยู่ในบล็อกนั้นจะได้รับการยืนยันว่าเป็นธุรกรรมที่ถูกต้อง
  4. การได้รับรางวัล: ในกระบวนการนี้ ผู้ขุดจะได้รับรางวัลเป็นบิตคอยน์ใหม่ (การสร้างบล็อกใหม่) พร้อมกับค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่มาจากผู้ใช้ที่ทำธุรกรรมในบล็อกนั้น

 

ขั้นตอนการขุด Bitcoin

1. เตรียมอุปกรณ์การขุด

  • เลือกอุปกรณ์การขุด: ผู้ขุดสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ ASIC (Application-Specific Integrated Circuit) หรือ GPU(Graphics Processing Unit) สำหรับการขุดบิทคอยน์ อุปกรณ์ที่นิยมที่สุดในปัจจุบันคือ ASIC ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานน้อย
  • อินเทอร์เน็ต: ระบบต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อรับข้อมูลจากเครือข่ายบิทคอยน์และส่งผลลัพธ์ของการขุดกลับไปยังเครือข่าย ดังนั้นเครือข่ายอินเตอร์เน็ตต้องเร็วและมีความเสถียร

2. ดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟต์แวร์ขุด

  • เลือกซอฟต์แวร์ขุด: เช่น CGMiner, BFGMiner, EasyMiner หรือ NiceHash ที่ช่วยในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายบิตคอยน์และทำการขุด
  • ติดตั้งและตั้งค่าซอฟต์แวร์: เมื่อเลือกซอฟต์แวร์ขุดแล้ว ติดตั้งและตั้งค่าการเชื่อมต่อกับ Mining Pool เพื่อร่วมขุดกับผู้ขุดรายอื่น หากต้องการขุดแบบ Solo Mining ก็ไม่ต้องเข้าร่วม Pool และ Bitcoin Network

3. เข้าร่วม Mining Pool

  • Mining Pool คือการรวมพลังคำนวณจากผู้ขุดหลายๆ คน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขุดได้บล็อกใหม่ โดยรางวัลที่ได้จะถูกแบ่งตามการมีส่วนร่วมในพลังการขุด
  • เลือก Mining Pool: ผู้ขุดสามารถเลือกเข้าร่วม Mining Pool ที่มีชื่อเสียง เช่น F2Pool, Slush Pool, Antpool หรือ Poolin โดยจะมีค่าธรรมเนียมในการเข้าร่วม และอัตราการจ่ายที่ต่างกัน

4. การขุด (Mining)

  • การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Proof of Work): ในการขุดบิทคอยน์ เครื่องขุดต้องแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Proof of Work (PoW) เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง
  • การเพิ่มบล็อกใหม่: เมื่อแก้ปัญหาสำเร็จ เครื่องขุดจะส่งคำตอบไปยังเครือข่ายเพื่อเพิ่มบล็อกใหม่ลงในบล็อกเชนของบิทคอยน์ การยืนยันธุรกรรมทั้งหมดในบล็อกนั้นจะถูกบันทึกและยืนยัน

 

 

ขุด Bitcoin แบบ Solo คืออะไร

การขุด Bitcoin แบบ Solo คือการขุดบิทคอยน์โดยทำการขุดในเครือข่ายบล็อกเชนของ Bitcoin ด้วยตัวเอง โดยไม่เข้าร่วมกับ Pool การขุดกับผู้ขุดรายอื่น ซึ่งหมายความว่าเครื่องขุดของเราจะทำการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เพื่อค้นหาบล็อกใหม่และได้รับรางวัลทั้งหมดในกรณีที่แก้ปัญหาได้สำเร็จ

ข้อดีของการขุดแบบ Solo คือ เราจะได้รับรางวัลทั้งหมด (บล็อกละ 6.25 BTC ตามปัจจุบัน) หากเราสามารถขุดบล็อกได้สำเร็จ แต่ข้อเสียคือโอกาสในการขุดบล็อกได้สำเร็จนั้นมีน้อยมาก เนื่องจากการขุด Bitcoin ต้องใช้กำลังคำนวณ (Hashrate) สูงมาก และเครือข่าย Bitcoin มีนักขุดจำนวนมากที่ร่วมกันทำการขุด

การขุดแบบ Solo จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเครื่องขุดที่มีกำลังประมวลผลสูงมาก และพร้อมรับความเสี่ยงที่การขุดไม่ประสบความสำเร็จได้ในระยะยาว ต่างจากการขุดแบบ Pool ที่ช่วยให้เรามีโอกาสรับรางวัลเล็กๆ บ่อยขึ้นจากการร่วมมือกับคนอื่นๆ ในการขุด

 

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการขุด Bitcoin

การขุด Bitcoin ต้องใช้ พลังคำนวณสูง ดังนั้นอุปกรณ์ที่ใช้ต้องมีความสามารถในการคำนวณที่แรงพอที่จะแข่งขันกับผู้ขุดคนอื่นในเครือข่าย

ASIC (Application-Specific Integrated Circuit)

ASIC Miner เป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับการขุด Bitcoin เท่านั้น โดยจะมีประสิทธิภาพในการขุดสูงกว่าการใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปมาก เป็นอุปกรณ์ที่มีพลังคำนวณสูงและสามารถทำการขุดได้เร็วและมีประสิทธิภาพ ตัวอย่าง ASIC ที่นิยมใช้สำหรับขุด Bitcoin ได้แก่ Antminer S19 Pro, Whatsminer M30S, หรือ Bitmain Antminer

ระบบพลังงานไฟฟ้า

ASIC มักต้องการแหล่งจ่ายไฟที่มีประสิทธิภาพและสามารถจ่ายไฟได้ในระดับที่สูง เนื่องจากอุปกรณ์ขุดจะใช้พลังงานไฟฟ้าเยอะมาก แหล่งจ่ายไฟที่ใช้สำหรับ ASIC จะต้องรองรับกำลังไฟที่สูงพอและควรมีการระบายความร้อนที่ดี

ระบบระบายความร้อน

การขุด Bitcoin จะทำให้เครื่องร้อนมาก ดังนั้นระบบระบายความร้อนที่ดีจึงจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องขุดเสียหาย โดยทั่วไปจะใช้พัดลมหรือเครื่องระบายความร้อนแบบน้ำ (Water Cooling) เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของอุปกรณ์

อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียรและมีความเร็วสูงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการขุด Bitcoin ต้องการการเชื่อมต่อกับเครือข่าย Bitcoin ตลอดเวลา

ซอฟต์แวร์ขุด (Mining Software)

ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการควบคุมและเชื่อมต่อกับเครื่องขุด เช่น CGMiner, BFGMiner, หรือ NiceHash โดยจะช่วยให้เราสามารถตั้งค่าและติดตามสถานะการขุดได้

กระเป๋าบิทคอยน์ (Bitcoin Wallet)

สำหรับการรับรางวัลที่ได้จากการขุด Bitcoin จำเป็นต้องมีกระเป๋าบิทคอยน์ (Bitcoin wallet) เพื่อเก็บบิทคอยน์ที่ได้รับ กระเป๋าบิทคอยน์สามารถเป็นแบบออนไลน์, กระเป๋าฮาร์ดแวร์ (Hardware Wallet), หรือกระเป๋าบนมือถือ

 

 

ความเสี่ยงและข้อจำกัดของการขุด Bitcoin

การขุด Bitcoin มีความเสี่ยงและข้อจำกัดหลายประการที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยต้นทุนที่สูง อุปกรณ์การขุด ASIC miners มีราคาแพง และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ต้องใช้ก็มีราคาสูงเช่นกัน เช่น ระบบระบายความร้อน อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมากซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักในการขุด นอกจากนั้น Bitcoin ยังมีการปรับระดับความยากในการขุด เมื่อมีนักขุดจำนวนมากเข้าร่วม การขุด Bitcoin จะยากขึ้น ดังนั้นหากจะเริ่มขุด Bitcoin ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายค่าจะคุ้มค่ากับผลกำไรที่ได้รับหรือไม่

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขุด Bitcoin

มีกฎหมายเกี่ยวกับการขุด Bitcoin ในไทยหรือไม่

ในประเทศไทย การขุด Bitcoin ยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการขุด Bitcoin อย่างชัดเจน แต่มีกฎหมายที่อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการขุดที่ต้องระวัง ได้แก่ กฎหมายเกี่ยวกับการใช้พลังงาน เนื่องจากการขุดต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก จึงต้องศึกษาข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าหรือข้อจำกัดการใช้พลังงานในเชิงพาณิชย์ และกฎหมายอีกข้อที่ผู้ขุดต้องระมัดระวังคือกฎหมายเกี่ยวกับการเก็บภาษี หากมีการขาย Bitcoin และได้รับกำไร จำเป็นจะต้องเสียภาษีเงินได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด

ขุด Bitcoin กำไรหรือไม่ 

การขุด Bitcoin จะกำไรหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการขุด ได้แก่ ราคาของ Bitcoin ซึ่งมีความผันผวนสูง หากเป็นช่วงที่ Bitcoin มีราคาสูง ก็จะสามารถทำกำไรได้ แต่ถ้าราคาต่ำกำไรจากการขุดอาจไม่คุ้มค่าเนื่องจากต้นทุนที่สูง นอกจากนั้นยังมีการแข่งขันที่สูง หากเครื่องขุดประสิทธิภาพไม่สูง มีพลังการขุดที่ไม่เพียงพอ อาจขุดได้ไม่บ่อย ดังนั้นการเข้าร่วม Mining Pool หรือการขุดร่วมกับคนอื่น ๆ ก็จะช่วยให้มีโอกาสได้รางวัลบ่อยขึ้นและลดความเสี่ยงจากการขาดทุนได้

นักขุด Bitcoin ได้เงินจากอะไร

รางวัลที่นักขุด Bitcoin ได้รับจะมาจาก 2 ส่วน คือ รางวัลจากการขุดบล็อก เมื่อเครื่องขุดสามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และขุดบล็อกใหม่ได้สำเร็จ นักขุดจะได้รับ บล็อกรีวอร์ด ซึ่งในปัจจุบัน (มกราคม 2025) บล็อกรีวอร์ดอยู่ที่ 6.25 BTC ต่อบล็อก โดยบล็อกใหม่จะถูกขุดทุกๆ 10 นาที และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (Ttransaction fees) ทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรมจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและจ่ายให้กับนัดขุดที่ขุดบล็อกใหม่ 

ขุด Bitcoin ต้องลงทุนเท่าไหร่

การลงทุนเริ่มต้นในการขุด Bitcoin โดยใช้เครื่องขุด ASIC มีค่าใช้จ่ายประมาณ 150,000 - 300,000 บาท ขึ้นอยู่กับเครื่องขุดและการตั้งค่า ซึ่งยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และการดำเนินงานประจำวัน เช่น ค่าไฟฟ้า

 

หากต้องการเริ่มขุดบิทคอยน์ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนค่าใช้จ่ายให้ดีเสียก่อน เพราะต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง และยังมีความเสี่ยงและข้อจำกัดอยู่มาก ดังนั้นจึงควรต้องศึกษาให้ดีก่อนทำการลงทุน

 

คำเตือน

*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ 
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการให้คำแนะนำทางการเงินแต่อย่างใด