เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ และการลงทุน ย่อมหลีกหนีไม่พ้นการต้มตุ๋น หลอกลวง แน่นอนว่าในโลกคริปโตฯ ก็หนีไม่พ้นเช่นกัน วันนี้เราจะชวนมาทำความเข้าใจ และรับมือการโกงที่เกิดขึ้นในโลกของการเทรดเหรียญคริปโตฯ ว่า ‘Rug Pull’ คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร จะป้องกันและรับมือกันได้อย่างไร ผลกระทบมากน้อยแค่ไหน และเอาเงินคืนมาได้หรือไม่? มาดูไปพร้อม ๆ กันเลย
‘Rug Pull’ คือ รูปแบบการโกงที่คลาสสิคที่สุดในโลกการเงิน นั่นคือ การหลอกให้ลงทุน โดยการแปลตรงตัวตามคำศัพท์คือ การดึงพรม เพื่อให้คนที่ยืนอยู่ล้มทั้งยืน โดยพรมที่ว่า ก็คือ โปรเจกต์ที่สวยหรู ดูแพง ชวนให้นักลงทุนฝันถึงผลตอบแทน และปลุกให้มาเผชิญกับความจริง ด้วยการปิดโปรเจกต์ เทกระดาน พร้อมหอบเหรียญคริปโตฯ หายเข้ากลีบเมฆนั่นเอง ถึงแม้พรมจะไม่ถูกดึงออกไปจริง ๆ แต่เหล่านักลงทุนทั้งรายเล็กรายใหญ่ก็ล้มอย่างรุนแรง
โดยอุบายการโกงของ ‘Rug Pull’ แบ่งด้วยกันง่าย ๆ อยู่ 3 แบบ
เป็นการล็อกคคำสั่งขายเหรียญหรือคำสั่งถอนเหรียญออก ทำให้ผู้ที่สนใจลงทุนกับโปรเจกต์นั้น ๆ ไม่สามารถถอนเงินลงทุนหรือขายเหรียญออกมาได้
Rug pull รูปแบบนี้เป็นการทำให้เหรียญสูญเสียมูลค่าไป โดยการปั่นเหรียญให้น่าสนใจ เพื่อดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในเหรียญนั้น ๆ โดยการนำ ALT Coin มาทำการแลกเปลี่ยนใน Decentralized Exchanges (DEX) หรือระบบแลกเปลี่ยนโดยไม่มีตัวกลาง ทำให้สามารถสลับคู่โทเคนกับสกุลเหรียญดิจิทัลชั้นนำได้ เมื่อมีนักลงทุนสนใจและนำเหรียญที่มีมูลค่า อย่าง Ethereum (ETH), Tether (USDT) เข้ามาแลกเป็นโทเคนในเหรียญเหล่านั้น เจ้าของโปรเจ็กซ์จะทำการทุ่มขายเพื่อทำกำไร และแลกสลับโทเคนกลับไปด้วยเหรียญ ETH,USDT ในคราวเดียว จนทำให้มูลค่าของโทเคนที่ได้สูญเสียไปในที่สุด และเหรียญที่นำมาแลกก็หายออกไปด้วยนั่นเอง
Rug pull รูปแบบสุดท้าย คือการที่ผู้พัฒนาพร้อมใจกันถอนการลงทุนออกพร้อมกัน เมื่อระดมทุนจากนักลงทุนด้วยโปรเจกต์การลงทุนที่น่าสนใจได้เป็นเงินทุนจำนวนมาก หลังจากนั้นผู้พัฒนาโปรเจกต์ก็พร้อมใจกันถอนการลงทุน ขายหุ้นส่วนในโปรเจกต์นี้ไปและถอนตัวจากโปรเจกต์นั้นไปนั่นเอง
วิธีการป้องกันและรู้เท่าทันการโดนโกงหรือโดนหลอกลวงจากการ ‘Rug Pull’ คือ การเตรียมตัวและตรวจสอบความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด ตรวจสอบสิ่งผิดปกติ ลงทุนในเหรียญที่น่าเชื่อถือ โดยการป้องกันหลัก ๆ สามารถเช็กลิสต์ได้ดังนี้
การเกิดเหตุการณ์ ‘Rug Pull’ ทำให้นักลงทุนสูญเสียเหรียญที่มีได้ง่าย ๆ และรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว ผลกระทบย่อมเกิดขึ้นในวงกว้าง ยากแก่การแก้ไข และการตามเงินคืนนั้นเป็นไปไม่ได้เลย โดยเมื่อเกิดขึ้นแล้วทำได้เพียงแค่ทำใจเท่านั้น
โดยผลกระทบที่หนักที่สุดของการ ‘Rug Pull’ คือ การสูญเสียเงินไปในคราวเดียวถึง 8.5 หมื่นล้านบาท โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในเดือนเม.ย. 2021 จากเว็บเทรดบิตคอยน์แห่งแรกของตุรกีในชื่อ ‘Thodex’ ที่ผู้ก่อตั้งชื่อ Faruk Fatih Özer ปิดเว็บเทรดกระทันหันและนำเงินบินออกนอกประเทศไปในทันที ทำให้ลูกค้ากว่า 400,000 ราย ไม่สามารถเข้าถึงเงินฝากได้ ต่อมาได้ถอนเงินออกจากบัญชีจำนวนหลายล้านบาท จากนั้นจึงถูกตำรวจสากลออกหมายแดงเพื่อตามจับกุมปัจจุบันผู้ก่อตั้งถูกจับกุมในปี 2023 และศาลลงโทษจำคุก 11,196 ปี 10 เดือน 15 วัน พร้อมค่าปรับ 5 ล้านดอลลาร์ นั่นเอง
ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ๆ มาไม่นาน ก็มีเหตุการณ์ ‘Rug Pull’ ที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อเดือนธ.ค. 2024 ขึ้น โดยอินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อว่า ‘Haliey Welch’ หรือชาวเน็ตรู้จักกันในชื่อ ‘Hawk Tuah’ ได้ทำการปล่อยเหรียญมีมของตัวเองในชื่อ Hawk Tuah ($HAWK) บน Meteora ในวันที่ 5 ธ.ค. 2024 แน่นอนว่าการที่เหรียญนี้สร้างความน่าเชื่อถือจากอินฟลูเอนเซอร์ จึงทำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก สร้างมูลค่าตลาดสูงถึง 490 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่จู่ ๆ ก็เกิดการ ‘Rug Pull’ ขึ้น ทำให้มูลค่าตลาดในปัจจุบันเหลือเพียง 117,097.87 เหรียญสหรัฐ (20 ม.ค. 2025) เท่านั้น โดยคาดว่าเกิดจากการสไนเปอร์ที่ตุนเหรียญไว้เป็นจำนวนมากตั้งแต่ตอนเปิดตัว และเทขายเหรียญจนหมดในคราวเดียว อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าในเหตุการณ์นี้ทำให้ ‘Welch’ ได้กำไรไปถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐ อีกด้วย
เหตุการณ์เหล่านี้มีสถิติที่น่าสนใจ โดยในปี 2024 มีเหตุการณ์โกงคริปโตฯ สูงถึง 21.4% มูลค่ากว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และจำนวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพิ่งจาก 282 เคส ไปที่ 303 เคส เมื่อเทียบกับในปี 2023 โดยเเป้าหมายใหญ่ในการโจรกรรมอยู่ที่ ‘DeFi’ เป็นหลักอีกด้วย
อ้างอิง: chainalysis.com
การได้เงินลงทุนคืนมาจากการ ‘Rug Pull’ เรียกได้ว่าโอกาสน้อยมาก ๆ หรือเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเกิดจากการการไม่มีตัวกลางในการควบคุม จึงทำให้การหาคนรับผิดชอบหรือตามเงินกลับมามีความเป็นไปได้น้อย
การ ‘Rug Pull’ ถือเป็นเรื่องผิดกฏหมายโดนจับในฐานฟอกเงิน ฉ้อโกง ไปจนถึงการตามจับด้วยหมายแดงจากตำรวจสากล ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นข้อหาที่ร้ายแรง และเป็นการเอาผิดที่ตามจับได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายเคสที่ตามจับไม่ได้ และยังลอยนวลอยู่ อย่างไรก็ตามถึงแม้จะยังมีการโกงหรือการทำผิดกฏหมาย การลงทุนคริปโตฯ ยังคงเป็นการลงทุนที่ดึงดูดนักเทรดให้เข้ามาลงทุนในตลาด เพราะหากเข้าใจและศึกษามาอย่างรอบคอบและระมัดระวัง ก็สามารถลดการเจอเหตุการณ์ฉ้อโกงได้ และป้องกันได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย
คำเตือน
*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการให้คำแนะนำทางการเงินแต่อย่างใด