สัปดาห์ที่ 4-10 มีนาคม 2568
Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศเพิ่ม Ripple (XRP), Solana (SOL) และ Cardano (ADA) เป็นส่วนหนึ่งของกองทุนสำรองเชิงกลยุทธ์ของคริปโทเคอร์เรนซี (Strategic Reserve) ก่อนที่ภายหลังจะประกาศให้เพิ่ม Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ทำให้ราคาเหรียญทั้ง 5 และตลาดในภาพรวมปรับตัวขึ้นแรง
แถลงการณ์จาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ระบุว่า เหรียญมีมไม่ถือเป็นสินทรัพย์ทางการเงินตามที่ระบุในนิยามของหลักทรัพย์ เนื่องจากไม่ได้สร้างผลตอบแทนและไม่มีสิทธิ์ในรายได้ กำไร หรือทรัพย์สินของธุรกิจใด ๆ ดังนั้น ผู้ที่เสนอขายหรือซื้อขายไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนธุรกรรม
กองทุน Spot Bitcoin ETF กลับมามีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิอีกครั้งหลังมีเงินไหลออกติดต่อกัน 8 วัน โดยกองทุนของ ARKB ของ Ark และ 21Shares ดึงเงินลงทุนได้ 194 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม IBIT ของ BlackRock ยังคงมีเม็ดเงินไหลออก
BlackRock ได้เพิ่มกองทุน Spot Bitcoin ETF ของตัวเองอย่าง IBIT ลงไปใน
พอร์ตการลงทุนแบบจำลองที่มีมูลค่ากว่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้สัดส่วนการลงทุน 1-2% โดยที่ปรึกษาการลงทุนสามารถนำไปแนะนำลูกค้าต่อได้ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่ให้เข้ามาลงทุนได้มากขึ้น
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) แสดงจุดยืนไม่สนับสนุนการถือ Bitcoin เป็นทุนสำรอง มองว่ามีความเสี่ยง รวมทั้งธนาคารกลางควรจัดสรรเงินทุนกับการลงทุนในทรัพยากรพลังงาน เช่น น้ำมันและก๊าซ เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่ Bitcoin ไม่มีความจำเป็นทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
ข้อมูลจาก Dune Analytics เปิดเผยว่า การสร้างเหรียญมีมใหม่บน Pump.fun ลดลงมากถึง 80% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคมที่ผ่านมา คาดว่ามาจากกระแสเหรียญ Libra (LIBRA) และ Official Trump (TRUMP) ที่สร้างความเสียหายให้นักลงทุนรายย่อยหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Bitcoin (BTC) ถูกเทขายลงมาจนถึงแนวรับสำคัญที่ 78,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนเกิดแรงซื้อกลับอย่างรวดเร็ว ระยะสั้นมีแนวต้านที่ 96,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถ้ายังไม่ผ่าน จะมีแนวรับที่ 86,800 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถใช้เป็นจุดซื้อและตัดขาดทุน เป้าหมายระยะกลางอยู่ที่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หาจังหวะซื้อเมื่อย่อตัว
Ethereum (ETH) ถูกเทขายลงมาจนทำจุดต่ำสุดที่ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะมีแรงซื้อกลับ ระยะสั้นจับตาแนวรับที่ระดับดังกล่าว หากรับไม่อยู่ ให้ตัดขาดทุนไปก่อน ขณะที่แนวต้านแรกอยู่ที่ 2,550 ดอลลาร์สหรัฐ จำเป็นต้องผ่านไปให้ได้ถึงจะยืนยันการกลับตัวขาขึ้น เน้นเทรดทำกำไรระยะสั้นไปก่อน
Cardano (ADA) ทำผลตอบแทน 50.13% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นแรงทำให้เกิดย่อตัวตามมา หาจังหวะซื้อเมื่อราคาลง (Buy On Dip) ที่แนวรับ 0.8150 ดอลลาร์สหรัฐ หากสามารถยืนได้ จะมีแนวต้านสำหรับขายทำกำไรที่ 1.1478 ดอลลาร์สหรัฐ หากสามารถผ่านแนวต้านนี้ได้ แนวโน้มจะกลับตัวขาขึ้น
Peanut The Squirrel (PNUT) ทำผลตอบแทน 46.63% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 0.1285 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะมีแรงซื้อกลับเข้ามา ระยะสั้นหาจังหวะเข้าซื้อหากราคาไม่ต่ำกว่า 0.1285 ดอลลาร์สหรัฐ และขายทำกำไรระยะสั้นที่แนวต้าน 0.3110 ดอลลาร์สหรัฐ
ราคา Bitcoin (BTC) ปรับตัวลงแรงจากจุดสูงสุด 30% เป็นการปรับฐานที่หนักที่สุดในรอบขาขึ้นนี้ ขณะที่ดัชนี Fear And Greed Index ปรับตัวลงจนแตะระดับ Extreme Fear ทั้ง 2 ดัชนีนี้บ่งบอกการจบรอบปรับฐานและเข้าสู่รอบขาขึ้นใหม่อีกครั้ง รวมถึงเม็ดเงินเริ่มกลับเข้ามาลงทุนใน Spot Bitcoin ETF อีกครั้ง
ราคา Bitcoin ยืนเหนือแนวรับสำคัญ 79,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ภาพรวมของรอบขาขึ้นครั้งนี้ยังคงสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ กรณีที่ราคากลับมาหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าวจึงจะชะลอการลงทุน
ตลาดกลับมาเก็งกำไรอีกครั้งหลังจากที่ Donald Trump ประกาศให้เหรียญ Solana (SOL), Ripple (XRP), Cardano (ADA), Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) เข้ามาอยู่ในรายชื่อการเข้าซื้อเพื่อเป็น Strategic Reserve การที่ราคาฟื้นตัวแบบ V Shape พร้อมปริมาณการซื้อขายเป็นสัญญาณการกลับตัวของตลาดเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง มองเป้าที่การกลับไปสร้างจุดสูงสุดใหม่
คาดตลาดยังผันผวนต่อ จับตาวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568 มีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non Farm Payroll) คาดว่าจะอยู่ที่ 156,000 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจาก 143 ตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว และอัตราการว่างงาน 4% เท่ากับเดือนที่แล้ว หาก Non Farm Payroll ลดลงกว่าคาดและอัตราว่างงานเพิ่มขึ้น อาจส่งผลบวกต่อตลาดจากการที่คาดหวังว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น
รวมถึงวันนั้น Donald Trump จะมีการจัดงานด้านคริปโทเคอร์เรนซีที่ทำเนียบขาว หากมีพัฒนาการของแผนงานในการส่งเสริมด้านนี้โดยเฉพาะเรื่อง Strategic Reserve ตลาดจะมีแรงซื้อเข้ามาอีกครั้ง
กลยุทธ์การลงทุนให้ทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุน มองมีโอกาสสูงที่ตลาดจะกลับตัวเป็นขาขึ้น จับตาแนวรับที่ 79,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากรับไม่อยู่ค่อยชะลอการลงทุน แต่ด้วย Downside ที่จำกัด การที่อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงอยู่ในระดับที่คุ้มค่า มองเป็นโอกาสดีในการเข้าลงทุนช่วงนี้
แหล่งอ้างอิง
คำเตือน
หมายเหตุ มุมมอง ข้อมูลความรู้ และความคิดเห็นถือมาเป็นเนื้อหาที่มาจากปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ถือเป็นการแสดงออกจากบิทาซซ่าและพนักงาน ทั้งอีเมลและเนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน