Bitazza Thailand Blog

กระดานเทรดชื่อดังถูกแฮกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต

เขียนโดย Bitazza Team - 26 ก.พ. 2025, 10:31:53

 

สัปดาห์ที่ 25 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2568


แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีอันดับ 2 ของโลกถูกแฮกเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา โดยถูกขโมย Liquid-Staked Ether, Mantle Staked ETH (mETH) และโทเคน ERC-20 อื่น ๆ มูลค่ากว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการแฮกในวงการคริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าสูงสุด คาดผู้กระทำ คือ กลุ่ม Lazarus จากเกาหลีเหนือ

สหภาพยุโรป (EU) เผยรายชื่อ 10 บริษัทที่ผ่านเกณฑ์ออกสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) ภายใต้กรอบ MiCA หลังมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบแล้วเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2567 ​โดยมีชื่อของ Circle ผู้ออกเหรียญ USDC แต่ไม่มีชื่อของ Tether บริษัทผู้ออก USDT

Paul Chan Mo-po รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฮ่องกง กล่าวในงาน Consensus 2025 ว่า ฮ่องกงมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้เล่นชั้นนำในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงออกกฎหมายที่สนับสนุนการเติบโต โดยยกเว้นภาษีกำไรจากคริปโทเคอร์เรนซีให้กับกองทุนและนักลงทุนสถาบัน

Strategy เตรียมระดมทุนเพิ่มอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการออกหุ้นกู้แปลงสภาพเพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม โดยหุ้นกู้ชุดนี้จะครบกำหนดในวันที่ 1 มีนาคม 2573 การระดมทุนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผน 21/21 มีเป้าหมายระดมทุนรวม 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 3 ปี ปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้วเกินครึ่งหนึ่ง

ปริมาณสำรองของ Ethereum (ETH) ใน CEX ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 9 ปี อยู่ที่ 18.95 ล้าน ETH ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559 ซึ่งในเวลานั้นราคา Ethereum อยู่ที่ 14 ดอลลาร์สหรัฐ การที่ปริมาณสำรองในกระดานเทรดลดลงอาจนำไปสู่ภาวะ Supply Shock 

ข้อมูลจาก The Block ระบุว่า ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม Ethereum ลดลงกว่า 70% จากสัปดาห์ก่อนหน้า สู่จุดต่ำสุดในรอบ 4 ปีตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ขณะเดียวกัน กิจกรรมบนเครือข่าย Bitcoin ลดลง 55% จากจุดสูงสุดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

Franklin Templeton ยื่นเรื่องต่อ ก.ล.ต. สหรัฐอเมริกาให้มีฟีเจอร์การสเตกใน Spot Solana ETF ที่กำลังรอการพิจารณา ก่อนหน้านี้ ได้มีการยื่นเรื่องให้กองทุน Spot Ethereum ETF มีฟีเจอร์การสเตกด้วยเช่นกัน ขณะที่นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg ให้ความเห็นว่า ฟีเจอร์ดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติในที่สุด


วิเคราะห์กราฟเทคนิค

 

 

Bitcoin (BTC)

Bitcoin (BTC) ขึ้นไปทดสอบระดับใกล้เคียง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะถูกเทขายลงมาแต่ไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ Bolinger Bands ระบุว่า ราคากำลังบีบตัว ใกล้ที่จะเลือกทางในเร็ว ๆ นี้ หากเลือกทางลง ระวังแนวรับที่ 89,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากปรับตัวขึ้น แนวต้านแรกอยู่ที่ระดับ 106,000 ดอลลาร์สหรัฐ


  • แนวรับ: 3,100,000 บาท / 89,000 USD
  • แนวต้าน: 3,600,000 บาท / 106,000 USD

 

 

Ethereum (ETH)

Ethereum (ETH) ยังเคลื่อนไหวแบบออกข้าง แม้จะมีข่าวร้ายเกี่ยวกับการถูกแฮกครั้งใหญ่แต่มีแรงซื้อคืนในภายหลัง แนวรับที่ต้องจับตา คือ จุดต่ำสุดเดิมที่ 2,125 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 2,940 ดอลลาร์สหรัฐ กลยุทธ์ให้รอราคาเลือกทางชัดเจนก่อน


  • แนวรับ: 80,000 บาท / 2,125 USD
  • แนวต้าน: 100,000 บาท / 2,940 USD

 

 

Maker (MKR)

Maker (MKR) ทำผลตอบแทน 50.28% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคากำลังฟื้นตัวกลับมาเป็นขาขึ้น ใช้กลยุทธ์การซื้อขายเมื่อราคาลง (Buy On Dip) เข้าซื้อที่แนวรับ 1,220 ดอลลาร์สหรัฐ ตัดขาดทุนหากราคาหลุดระดับนี้ แนวต้านขายทำกำไรระยะสั้นที่ 1,650 ดอลลาร์สหรัฐ แนวโน้มจะยังเป็นขาขึ้นได้ต่อเนื่อง

  • แนวรับ: 40,000 บาท / 1,220 USD
  • แนวต้าน : 57,000 บาท / 1,650 USD 

 

 

Sonic (S)

Sonic (S) ทำผลตอบแทน 40% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มฟื้นตัวเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง หาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว แนวรับแรกอยู่ที่ 0.630 ดอลลาร์สหรัฐ หากสามารถยืนได้ต่อเนื่อง ถือรอขายทำกำไรแนวต้านที่ 1.040 ดอลลาร์สหรัฐ

  • แนวรับ: 24 บาท / 0.630 USD
  • แนวต้าน: 36 บาท / 1.040 USD

 

จับกระแสการลงทุน

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวลงในช่วงวันหยุดตามการปรับตัวลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการปรับฐานที่หนักที่สุดตั้งแต่เข้าสู่ปี 2568 จากความวิตกกังวลทางเศรษฐกิจ รวมถึงจากข่าวถูกแฮกโดยมีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ราคา Bitcoin (BTC) ไม่ได้รับผลกระทบมากนักแม้จะปรับตัวลงจากระดับ 99,000 ดอลลาร์สหรัฐ

จากสถิติในอดีต มีเพียง 2 ครั้งที่ Bitcoin ให้ผลตอบแทนติดลบในเดือนกุมภาพันธ์ โดยตอนนี้ยังติดลบอยู่ 5% หากสามารถพลิกกลับมาสร้างผลตอบแทนบวกได้ จะเห็นราคากลับไปที่ 102,500 ดอลลาร์สหรัฐ 

ข้อมูลจาก Sosovalue ระบุว่า Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลออกสุทธิสะสมกว่า 1,140 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากปัจจัยความเสี่ยงเรื่องนโยบายภาษีน้ำเข้าเพิ่มเติมของ Donald Trump คาดแรงซื้อจะเริ่มกลับมาในสัปดาห์นี้ จากที่ผ่านมา ไม่เคยมีเงินไหลออกสุทธิจาก Spot Bitcoin ETF เกิน 2 สัปดาห์ติดต่อกัน

สัปดาห์นี้มีประเด็นสำคัญต้องติดตาม คือ การประกาศงบการเงินของ Nvidia ในคืนวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ หากออกมาเติบโตต่อ จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯและ Bitcoin แต่หากเติบโตลดลง จะส่งผลลบต่อราคา

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 จะมีการประกาศตัวเลขคาดการณ์ GDP ไตรมาส 4 ของสหรัฐฯ คาดออกมา 2.3% เท่ากับคาดการณ์ครั้งก่อน หากเติบโตลดลง จะเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) กลับมาลดดอกเบี้ยอีกครั้ง


แหล่งอ้างอิง




คำเตือน

  • คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  • ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต

หมายเหตุ มุมมอง ข้อมูลความรู้ และความคิดเห็นถือมาเป็นเนื้อหาที่มาจากปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ถือเป็นการแสดงออกจากบิทาซซ่าและพนักงาน ทั้งอีเมลและเนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน