สัปดาห์ที่ 27 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2569
กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของอาบูดาบี 2 แห่ง ได้แก่ Mubadala Investment Company และ Al Warda Investments ซึ่งเป็นหน่วยงานลงทุนของรัฐบาลถือหุ้น IBIT หรือ Spot Bitcoin ETF ของ Blackrock กว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 สูงกว่าไตรมาสที่ 3
BlackRock เปิดตัวกองทุน Ethereum ที่ให้ผลตอบแทนจากการสเตกในชื่อ ETHB วางแผนที่จะสเตก ETH ให้ได้ 70-95% ของมูลค่ากองทุน โดยข้อมูลอ้างอิงต้นปี 2569 แสดงอัตราผลตอบแทนรายปีเฉลี่ยราว 3%
สองบริษัทที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Strategy เพิ่มสัดส่วนลงทุนใน Bitcoin จำนวน 2,486 BTC และ Bitmine Immersion Technologies ได้เข้าซื้อ Ethereum จำนวน 45,759 ETH ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามข้อมูล Yahoo Finance หุ้น Bitmine ลดลงประมาณ 85% จากจุดสูงสุดและ Strategy ลดลงกว่า 75%
Ethereum Foundation กล่าวว่า ปี 2568 ถือเป็นปีสำคัญที่มีการอัปเกรดเครือข่ายหลัก 2 ครั้งและการเพิ่ม Gas Limit อย่างมีนัยสำคัญ โดยปีนี้ยังคงมุ่งเน้นเพิ่ม Gas Limit และจะอัปเกรดเครือข่าย Glamsterdam ในครึ่งปีแรก รวมถึงเน้นอัปเกรดระบบรองรับควอนตัม
รัสเซียอาจเตรียมปิดกั้นแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลต่างชาติในกลางปีนี้ หลังพบชาวรัสเซียซื้อขายคริปโตกับแพลตฟอร์มนอกประเทศกว่า 50,000 ล้านรูเบิลต่อวันและจ่ายค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์มนอกประเทศ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดลดสัดส่วนถือครอง Spot Bitcoin ETF ลงกว่า 20% ในไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว ขณะที่โยกเงินมาลงใน Spot Ethereum ETF เป็นครั้งแรก ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนรวมในสินทรัพย์ดิจิทัลทั้ง 2 กองทุนอยู่ที่ 352.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงสิ้นปี 2568
Spot Bitcoin ETF เผชิญกับการไหลออกสุทธิเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน เป็นสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ขณะที่ความต้องการของนักลงทุนสถาบันยังคงชะลอตัว โดยทั้ง 12 กองทุนมีเงินไหลออกประมาณ 316 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
Bitcoin (BTC) แนวโน้มอ่อนแรง ราคาลงมาทดสอบแนวรับแรกที่ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากหลุดจากตรงนี้ จะมีแนวรับสำคัญที่จุดต่ำสุดเดิม 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ให้ตัดขาดทุนออกไปก่อน หากฟื้นตัวขึ้นจำเป็นต้องผ่านแนวต้านที่ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐถึงจะหยุดแนวโน้มขาลง
Ethereum (ETH) แนวโน้มอ่อนแอ ราคาไม่สามารถทำราคาสูงสุดใหม่ได้ ใกล้ที่จะลงมาทดสอบแนวรับสำคัญที่ 1,750 ดอลลาร์สหรัฐ หากราคานี้รับไม่อยู่ ให้ชะลอลงทุนไปก่อนเพราะราคาจะเป็นขาลงต่อ หากจะกลับตัวเป็นขาขึ้นจำเป็นต้องทะลุผ่านแนวต้าน 2,150 ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อขายแบบ Channel Trade ที่แนวรับแนวต้านนี้ได้
Synthetix (SNX) ทำผลตอบแทน 39.38% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคากำลังพักตัวลงหลังพุ่งแรงก่อนหน้านี้ หากยืนเหนือแนวรับ 0.317 ดอลลาร์สหรัฐได้ แนวโน้มฟื้นตัวยังมีต่อเนื่อง เป้าหมายขายทำกำไรอยู่ที่แนวต้าน 0.521 ดอลลาร์สหรัฐ
Injective (INJ) ทำผลตอบแทน 23.34% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มราคาเริ่มอ่อนแรงลง ระวังหลุดระดับแนวรับที่ 2.939 ดอลลาร์สหรัฐที่เป็นจุดต่ำสุดเดิม เพราะแนวโน้มจะเป็นขาลงต่อ เป้าหมายแนวต้านที่ 4.032 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวลงหลังศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งห้ามประธานาธิบดีขึ้นภาษีสินค้านำเข้า แต่ Donald Trump ยังคงเดินหน้าขึ้นภาษีตามเดิมทำให้ตลาดเกิดความผันผวน มีแรงขายผ่านตลาดหุ้นและหันกลับไปซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างทองคำแทน
สัปดาห์ที่ผ่านมา การเปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) มีการยกประเด็นเรื่องของการขึ้นดอกเบี้ยกลับเข้ามาเป็นแรงกดดันต่อตลาด แต่การประกาศคาดการณ์ GDP ไตรมาส 4 ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้ยังเป็นปัจจัยบวกหนุนตลาดได้เล็กน้อย
สัปดาห์นี้เหตุการณ์สำคัญอยู่ที่การประกาศงบของหุ้น Nvidia ในคืนวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ หากออกมาเป็นที่น่าพอใจทั้งตัวเลขรายได้และการให้คาดการณ์ไตรมาสปัจจุบัน อาจมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ Bitcoin (BTC) แต่หากออกมาผิดหวังอาจมีแรงเทขายต่อ
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หากเกิดความรุนแรงจะเกิดแรงเทขายในตลาดคริปโตตามมา ส่วนประเด็นข่าวเชิงบวกอยู่ที่กฎหมาย CLARITY Act ที่อาจเกิดขึ้นได้เร็วกว่าที่คาด
กลยุทธ์การลงทุน: จับตาแนวรับ Bitcoin ที่จุดต่ำสุดเดิมที่ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากรับไม่อยู่ ให้ชะลอลงทุนออกไปก่อน แต่หากยืนได้ มองเป็นโอกาสทยอยสะสมระยะกลางถึงยาว สำหรับสายเก็งกำไรระยะสั้นช่วงนี้มีความผันผวนสูงต้องใช้ความระมัดระวังในการเทรดมากขึ้น
แหล่งอ้างอิง
คำเตือน
หมายเหตุ มุมมอง ข้อมูลความรู้ และความคิดเห็นถือมาเป็นเนื้อหาที่มาจากปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ถือเป็นการแสดงออกจากบิทาซซ่าและพนักงาน ทั้งอีเมลและเนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน