Bitazza Thailand Blog

กองทุนแห่งชาติ UAE ลงทุน Bitcoin ผ่าน ETF เพิ่มขึ้น

เขียนโดย Bitazza Team - 25 ก.พ. 2026, 7:14:49

 

สัปดาห์ที่ 27 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2569

กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของอาบูดาบี 2 แห่ง ได้แก่ Mubadala Investment Company และ Al Warda Investments ซึ่งเป็นหน่วยงานลงทุนของรัฐบาลถือหุ้น IBIT หรือ Spot Bitcoin ETF ของ Blackrock กว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 สูงกว่าไตรมาสที่ 3
    
BlackRock เปิดตัวกองทุน Ethereum ที่ให้ผลตอบแทนจากการสเตกในชื่อ ETHB วางแผนที่จะสเตก ETH ให้ได้ 70-95% ของมูลค่ากองทุน โดยข้อมูลอ้างอิงต้นปี 2569 แสดงอัตราผลตอบแทนรายปีเฉลี่ยราว 3%
    
สองบริษัทที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Strategy เพิ่มสัดส่วนลงทุนใน Bitcoin จำนวน 2,486 BTC และ Bitmine Immersion Technologies ได้เข้าซื้อ Ethereum จำนวน 45,759 ETH ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามข้อมูล Yahoo Finance หุ้น Bitmine ลดลงประมาณ 85% จากจุดสูงสุดและ Strategy ลดลงกว่า 75% 
    
Ethereum Foundation กล่าวว่า ปี 2568 ถือเป็นปีสำคัญที่มีการอัปเกรดเครือข่ายหลัก 2 ครั้งและการเพิ่ม Gas Limit อย่างมีนัยสำคัญ โดยปีนี้ยังคงมุ่งเน้นเพิ่ม Gas Limit และจะอัปเกรดเครือข่าย Glamsterdam ในครึ่งปีแรก รวมถึงเน้นอัปเกรดระบบรองรับควอนตัม
    
รัสเซียอาจเตรียมปิดกั้นแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลต่างชาติในกลางปีนี้ หลังพบชาวรัสเซียซื้อขายคริปโตกับแพลตฟอร์มนอกประเทศกว่า 50,000 ล้านรูเบิลต่อวันและจ่ายค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์มนอกประเทศ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
    
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดลดสัดส่วนถือครอง Spot Bitcoin ETF ลงกว่า 20% ในไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว ขณะที่โยกเงินมาลงใน Spot Ethereum ETF เป็นครั้งแรก ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนรวมในสินทรัพย์ดิจิทัลทั้ง 2 กองทุนอยู่ที่ 352.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงสิ้นปี 2568
    
Spot Bitcoin ETF เผชิญกับการไหลออกสุทธิเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน เป็นสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ขณะที่ความต้องการของนักลงทุนสถาบันยังคงชะลอตัว โดยทั้ง 12 กองทุนมีเงินไหลออกประมาณ 316 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569


 

 

วิเคราะห์กราฟเทคนิค

 

 

Bitcoin (BTC) 

Bitcoin (BTC) แนวโน้มอ่อนแรง ราคาลงมาทดสอบแนวรับแรกที่ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากหลุดจากตรงนี้ จะมีแนวรับสำคัญที่จุดต่ำสุดเดิม 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ให้ตัดขาดทุนออกไปก่อน หากฟื้นตัวขึ้นจำเป็นต้องผ่านแนวต้านที่ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐถึงจะหยุดแนวโน้มขาลง

  • แนวรับ: 1,900,000 บาท / 60,000 USD
  • แนวต้าน: 2,300,000 บาท / 70,000 USD

 

 

 

Ethereum (ETH)

Ethereum (ETH) แนวโน้มอ่อนแอ ราคาไม่สามารถทำราคาสูงสุดใหม่ได้ ใกล้ที่จะลงมาทดสอบแนวรับสำคัญที่ 1,750 ดอลลาร์สหรัฐ หากราคานี้รับไม่อยู่ ให้ชะลอลงทุนไปก่อนเพราะราคาจะเป็นขาลงต่อ หากจะกลับตัวเป็นขาขึ้นจำเป็นต้องทะลุผ่านแนวต้าน 2,150 ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อขายแบบ Channel Trade ที่แนวรับแนวต้านนี้ได้

  • แนวรับ: 55,500 บาท / 1,750 USD
  • แนวต้าน: 68,000 บาท / 2,150 USD


 

 

Synthetix (SNX)

Synthetix (SNX) ทำผลตอบแทน 39.38% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคากำลังพักตัวลงหลังพุ่งแรงก่อนหน้านี้ หากยืนเหนือแนวรับ 0.317 ดอลลาร์สหรัฐได้ แนวโน้มฟื้นตัวยังมีต่อเนื่อง เป้าหมายขายทำกำไรอยู่ที่แนวต้าน 0.521 ดอลลาร์สหรัฐ

  • แนวรับ: 11 บาท / 0.317 USD
  • แนวต้าน: 16 บาท / 0.521 USD

 

 

 

Injective (INJ)

Injective (INJ) ทำผลตอบแทน 23.34% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มราคาเริ่มอ่อนแรงลง ระวังหลุดระดับแนวรับที่ 2.939 ดอลลาร์สหรัฐที่เป็นจุดต่ำสุดเดิม เพราะแนวโน้มจะเป็นขาลงต่อ เป้าหมายแนวต้านที่ 4.032 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • แนวรับ: 88.30 บาท / 2.939 USD
  • แนวต้าน: 108.44 บาท / 4.032 USD

 

 

จับกระแสการลงทุน

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวลงหลังศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งห้ามประธานาธิบดีขึ้นภาษีสินค้านำเข้า แต่ Donald Trump ยังคงเดินหน้าขึ้นภาษีตามเดิมทำให้ตลาดเกิดความผันผวน มีแรงขายผ่านตลาดหุ้นและหันกลับไปซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างทองคำแทน
    
สัปดาห์ที่ผ่านมา การเปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) มีการยกประเด็นเรื่องของการขึ้นดอกเบี้ยกลับเข้ามาเป็นแรงกดดันต่อตลาด แต่การประกาศคาดการณ์ GDP ไตรมาส 4 ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้ยังเป็นปัจจัยบวกหนุนตลาดได้เล็กน้อย
    
สัปดาห์นี้เหตุการณ์สำคัญอยู่ที่การประกาศงบของหุ้น Nvidia ในคืนวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ หากออกมาเป็นที่น่าพอใจทั้งตัวเลขรายได้และการให้คาดการณ์ไตรมาสปัจจุบัน อาจมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ Bitcoin (BTC) แต่หากออกมาผิดหวังอาจมีแรงเทขายต่อ
    
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หากเกิดความรุนแรงจะเกิดแรงเทขายในตลาดคริปโตตามมา ส่วนประเด็นข่าวเชิงบวกอยู่ที่กฎหมาย CLARITY Act ที่อาจเกิดขึ้นได้เร็วกว่าที่คาด
    
กลยุทธ์การลงทุน: จับตาแนวรับ Bitcoin ที่จุดต่ำสุดเดิมที่ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากรับไม่อยู่ ให้ชะลอลงทุนออกไปก่อน แต่หากยืนได้ มองเป็นโอกาสทยอยสะสมระยะกลางถึงยาว สำหรับสายเก็งกำไรระยะสั้นช่วงนี้มีความผันผวนสูงต้องใช้ความระมัดระวังในการเทรดมากขึ้น

 

แหล่งอ้างอิง


 

 

คำเตือน

  • คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  • ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต

หมายเหตุ มุมมอง ข้อมูลความรู้ และความคิดเห็นถือมาเป็นเนื้อหาที่มาจากปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ถือเป็นการแสดงออกจากบิทาซซ่าและพนักงาน ทั้งอีเมลและเนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน