สัปดาห์ที่ 20 - 26 มกราคม 2569
JPMorgan คาดว่าปีนี้จะมีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดคริปโตต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าที่มีทำสถิติสูงสุด 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากนักลงทุนสถาบันมากกว่ารายย่อย ปัจจัยหลักมาจากความชัดเจนของกฎหมาย CLARITY Act อาทำให้สถาบันมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น
คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ กล่าวว่า แม้จะเลื่อนการพิจารณากฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทเคอร์เรนซีสหรัฐ (Crypto Market Structure Bill) แต่การเจรจาหาข้อลงตัวของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังไม่จบลงและอยู่ระหว่างนัดประชุมครั้งใหม่โดยประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงคือเรื่องที่ต้องตัดสินใจว่าจะให้ Stablecoin ให้ผลตอบแทนได้หรือไม่
Brian Armstrong ซีอีโอ Coinbase กล่าวว่า ได้ถอนการสนับสนุนร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทฯ หรือ CLARITY Act แล้วโดยมองว่าจะมุ่งทำลายอุตสาหกรรมมากกว่าสร้างประโยชน์ โดยนักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg มองว่า เป็นสัญญาณไม่ดี
David Solomon ซีอีโอ Goldman Sachs กล่าวว่า กำลังให้ความสนใจในตลาดการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenization) และ Prediction Markets ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ CFTC และกำลังพิจารณาว่าจะเข้ามาเสริมธุรกิจหลักขององค์กรได้อย่างไร
จำนวนผู้ใช้งานเชน Ethereum อย่างต่อเนื่อง (Activity Retention) ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเกือบสองเท่าในช่วง 30 วันที่ผ่านมาจากราว 4 ล้านเป็นราว 8 ล้านที่อยู่วอลเล็ต หลัก ๆ มาจากผู้ใช้งานหน้าใหม่ที่เข้ามาในระบบ
เชน Ethereum มีจำนวนการทำธุรกรรมเฉลี่ยรอบ 7 วันแตะระดับ 2.5 ล้านรายการต่อวัน ถือเป็นระดับสูงสุดที่เคยทำได้และเติบโตกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รวมถึงค่าใช้จ่ายของผู้ใช้งานกลับลดลงสู่ระดับต่ำสุด เป็นผลโดยตรงจากการอัปเกรดระบบครั้งสำคัญที่เรียกว่า Fusaka ช่วงเดือนธันวาคม 2568
สัปดาห์ที่ผ่านมาเม็ดเงินไหลเข้า Spot Bitcoin ETF กว่า 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ขณะที่ Spot Ethereum ETF มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 479 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ราคามีการปรับตัวขึ้น
Bitcoin (BTC) ปรับตัวลงแรงทำให้เสียภาพขาขึ้นในระยะสั้นแต่ระยะกลางยังคาดหวังกับการกลับมาฟื้นตัวต่อได้ โดยมีแนวรับที่สามารถเข้าซื้อได้ที่ 86,500 ดอลลาร์สหรัฐ หากหลุดจากระดับนี้ให้ชะลอการลงทุนไปก่อน แต่หากสามารถยืนได้เป้าหมายแนวต้านที่ 98,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Ethereum (ETH) พักฐานลงมาหลังปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่อง หาจังหวะเข้าซื้อที่แนวรับ 2,900 ดอลลาร์สหรัฐ หากยังสามารถยืนได้ แนวโน้มยังอยู่ในเชิงบวกยังสามารถคาดหวังได้ถึงการกลับไปที่แนวต้าน 3,400 ดอลลาร์สหรัฐ
Axie Infinity (AXS) ทำผลตอบแทน 121.08% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาปรับตัวขึ้นแรงโดยที่ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องพื้นฐานทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังในการเทรด แนวรับที่สามารถเข้าซื้อได้อยู่ที่ 1.338 ดอลลาร์สหรัฐ หากสามารถยืนได้ รอขายทำกำไรที่แนวต้านเดิมที่ 2.262 ดอลลาร์สหรัฐ
Berachain (BERA) ทำผลตอบแทน 46.23% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มราคากำลังกลับตัวเป็นขาขึ้น หากราคาไม่หลุดแนวรับที่ 1.091 ดอลลาร์สหรัฐ ยังสามารถคาดหวังการฟื้นตัวขึ้นได้ โดยมีแนวต้านเป้าหมายอยู่ที่ 0.720 ดอลลลาร์สหรัฐ
การประกาศตัวเลข CPI ออกมาตามคาดที่ 2.7% อาจไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องนโยบายดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) แต่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีได้แรงบวกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นจากผลประกอบการของหุ้นกลุ่ม AI ที่ยังเติบโต
แรงซื้อจากกลุ่มผู้ลงทุนผ่าน ETF เริ่มกลับมาเป็นบวกสุทธิ รวมถึงแรงขายของกลุ่มผู้ถือ Bitcoin (BTC) ระยะยาวที่ชะลอตัวลงเป็นปัจจัยบวกหนุนราคาได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเข้าสู่แนวโน้ม January Effect ในช่วงประกาศงบ ซึ่งจะช่วยหนุนตลาดคริปโตไปต่อแม้จะปรับตัวลงในช่วงต้นสัปดาห์จากประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์
วันพฤหัสฯที่ 22 มกราคม 2569 นี้จะมีการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3 คาดโต 4.3% จากไตรมาสก่อน 3.8% หากตัวเลขออกมาตามนี้ จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นรวมถึงตลาดคริปโตด้วย
เหรียญกลุ่มเกมส์และเมตาเวิร์สมีการเก็งกำไรขึ้นมาในช่วงสุดสัปดาห์ ยังต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนเนื่องจากปัจจัยบวกยังไม่ชัดเจน เน้นแค่การเก็งกำไรระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุน: สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุนได้มากขึ้นโดยแรงหนุนมาจากความมั่นใจในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แต่ตลาดอาจมีการปรับฐานลงได้เป็นระยะ จากปัจจัยลบด้านภูมิรัฐศาสตร์และการพิจารณากฎหมาย CLARITY Act
แหล่งอ้างอิง
คำเตือน
หมายเหตุ มุมมอง ข้อมูลความรู้ และความคิดเห็นถือมาเป็นเนื้อหาที่มาจากปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ถือเป็นการแสดงออกจากบิทาซซ่าและพนักงาน ทั้งอีเมลและเนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน