สัปดาห์ที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2569
Goldman Sachs ลดการถือครองหุ้นใน Spot Bitcoin ETF ลง 39.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน นอกจากนี้ ยังลดสัดส่วนใน Spot Ethereum ETF ลงอีก 27.2% เหลือมูลค่าถือครองที่ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน แต่ได้เข้าซื้อ ETF ของ XRP และ SOL เป็นครั้งแรก
JPMorgan รายงานว่า ต้นทุนการผลิต Bitcoin ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 77,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากช่วงต้นปีที่อยู่ระดับ 90,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นผลมาจากแรงขุด (Hashrate) และความยากในการขุดที่ปรับตัวลดลง ซึ่งระดับราคาดังกล่าวมักทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ
BlackRock นำกองทุน BUIDL เข้าสู่ระบบนิเวศ Uniswap ถือเป็นก้าวแรกของสถาบันการเงินระดับโลกในการผสานเทคโนโลยี DeFi เข้ากับสินทรัพย์แบบดั้งเดิม โดยนักลงทุนสถาบัน สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนกองทุน BUIDL กับ USDC ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Grayscale ออกบทวิเคราะห์ Bitcoin สูญเสียความเป็นทองคำดิจิทัลหรือสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ในระยะสั้น และมีความเคลื่อนไหวตามทิศทางของ Growth Asset อย่างเช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแทน เป็นไปตามกระแสที่ระบบการเงินดั้งเดิมเข้ามาลงทุนมากขึ้น
Strategy ปรับกลยุทธ์หันมาออกหุ้นบุริมสิทธิ์แบบถาวร (Perpetual Preferred Stock) ดึงนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอ แต่ไม่อยากรับความผันผวนแบบหุ้นสามัญที่ผูกกับ Bitcoin (BTC) โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีการออกหุ้นบุริมสิทธิ์แบบถาวรเพียง 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Bernstein มองว่า เวลานี้คือขาลงที่อ่อนแรงที่สุดเท่าที่ Bitcoin เคยผ่านมาโดยการปรับตัวลงครั้งล่าสุดไม่ได้เกิดจากปัจจัยเชิงโครงสร้างแต่มาจากวิกฤตศรัทธาของนักลงทุน ยังมองว่าเป้าราคา Bitcoin ที่ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในปีนี้ยังเป็นไปได้
Bitcoin (BTC) ยังเคลื่อนไหวแบบ Sideway Up ราคามีการยกจุดต่ำสุดขึ้นได้ต่อเนื่อง จับตาแนวต้านแรกที่ 72,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากสามารถผ่านไปได้จะมีเป้าหมายที่ระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หากปรับตัวลดลงจะมีแนวรับที่ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าสัปดาห์นี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบดังกล่าวยกเว้นแต่มีข่าวสำคัญเข้ามา
Ethereum (ETH) เคลื่อนไหว Sideway ในกรอบแนวรับ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ และแนวต้าน 2,150 ดอลลาร์สหรัฐ หาจังหวะซื้อที่แนวรับ แต่หากรับไม่อยู่ ให้ตัดขาดทุนไปก่อน แต่หากผ่านแนวต้านไปได้แนวโน้มจะกลับตัวเป็นขาขึ้น
Berachain (BERA) ทำผลตอบแทน 57.27% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นแรงก่อนที่จะปรับตัวลง หาจังหวะเข้าซื้อได้ที่แนวรับไม่ต่ำกว่า 0.338 ดอลลาร์สหรัฐ หากรับไม่อยู่ ให้ตัดขาดทุนไปก่อน หากยืนได้ต่อเนื่องสามารถขายทำกำไรได้ที่แนวต้าน 1 ดอลลาร์สหรัฐ
Monad (MON) ทำผลตอบแทน 34.87% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มกำลังกลับตัวเป็นขาขึ้น หาจังหวะซื้อแบบ Buy On Dip ได้ที่แนวรับ 0.01604 ดอลลาร์สหรัฐ ตั้งเป้าขายทำกำไรที่แนวต้าน 0.03140 ดอลลาร์สหรัฐ
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีฟื้นตัวขึ้นหลังประกาศตัวเลข CPI ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ทำให้ตลาดคาดหวังถึงโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) จะผ่อนคลายนโยบายดอกเบี้ยลง หลังก่อนหน้านี้ การประกาศอัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non Farm Payroll) ออกมาสูงกว่าที่คาด
เหรียญทางเลือก (Altcoin) บางเหรียญมีการฟื้นตัวขึ้นมา ประกอบกับดัชนี Total3 ลงมาแตะจุดต่ำสุดในรอบหนึ่งปีและเริ่มฟื้นตัวกลับ อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาเม็ดเงินว่าไหลกลับมาในตลาดคริปโตต่อเนื่องหรือไม่ จึงจะมั่นใจได้ว่าราคาจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง
ไฮไลท์ประจำสัปดาห์นี้ วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 จะมีการเปิดเผยผลการประชุม FOMC ในรอบที่ผ่านมา จับตามุมมองของกรรมการแต่ละคนเกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ยและเศรษฐกิจ รวมถึงวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 จะมีการเปิดเผยคาดการณ์ GDP ไตรมาส 4 คาดว่าจะออกมาที่ 2.8% จากเดิม 4.4% หากออกมาตามนี้ จะเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin (BTC) เนื่องจากจะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะลดดอกเบี้ย
กลยุทธ์การลงทุน: ตลาดเริ่มมีโมเมนตัมขาขึ้นมากขึ้น แม้ยังไม่มีปัจจัยบวกที่ชัดเจน หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาหนุนให้ FOMC ลดดอกเบี้ย จะช่วยผลักดันราคาให้ปรับตัวขึ้นต่อ นักลงทุนสามารถเพิ่มน้ำหนักการลงทุนได้ แต่หากตัวเลขเศรษฐกิจไม่เป็นใจ ให้ชะลอการลงทุนไปก่อน
แหล่งอ้างอิง
คำเตือน
หมายเหตุ มุมมอง ข้อมูลความรู้ และความคิดเห็นถือมาเป็นเนื้อหาที่มาจากปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ถือเป็นการแสดงออกจากบิทาซซ่าและพนักงาน ทั้งอีเมลและเนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน