สัปดาห์ที่ 14-20 มกราคม 2568
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาได้รับการอนุญาตจากศาลให้สามารถขาย Bitcoin (BTC) มูลค่ากว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ยึดมาจาก Silk Road ได้ นักวิเคราะห์มองว่า ประเด็นนี้ทำให้นักลงทุนในตลาดเกิดความวิตกกังวล แม้นโยบายของ Donald Trump จะไม่ได้รวมถึงการพิจารณาขาย Bitcoin ที่ถือครองออกไปก็ตาม
Rostin Behnam ประธานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐอเมริกา (CFTC) เตรียมลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคมนี้ หลังการแต่งตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดย Behnam เรียกร้องให้มีกฎระเบียบที่ชัดเจนเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีจากการที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมาโดยตลอดในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธาน CFTC
ธนาคาร Standard Chartered เตรียมเปิดตัวบริการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีในยุโรป หลังได้รับใบอนุญาตให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในลักเซมเบิร์ก โดยจะเปิดให้ซื้อขายเฉพาะ Bitcoin และ Ethereum (ETH) ก่อน ส่วนเหรียญอื่น ๆ จะตามมาในช่วงปลายปีนี้
ดัชนี Crypto Fear & Greed ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความรู้สึกของตลาด Bitcoin และตลาดคริปโทเคอร์เรนซีโดยรวม ลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2567 มาอยู่ที่ 50 คะแนน จาก 100 หลังจากอยู่ในโซน “โลภมาก” และ “โลภ” มาเป็นเวลา 3 เดือน คาดมาจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจเข้มงวดกับนโยบายการเงินในปี 2568 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ Bitcoin และตลาด
เขตบริหารพิเศษเกเลพูของประเทศภูฎานประกาศแผนการนำสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin, Ethereum และ BNB มาเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เพิ่มเติมจากการสนับสนุนการขุด Bitcoin โดยปัจจุบันภูฏานถือเป็นประเทศที่ถือครอง Bitcoin มากเป็นอันดับที่ 5 รวมทั้งสิ้น 12,211 BTC มูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
CryptoQuant ระบุว่า จะมีเหรียญทางเลือก (Altcoin) ไม่กี่โครงการที่จะอยู่รอดหลังจากนี้ รวมถึงวิเคราะห์ว่า Altcoin Season ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบ อาจไม่เกิดจากการไหลเวียนเงินจาก Bitcoin มายัง Altcoin แต่จะต้องพิจารณาตัวชี้วัดจากสภาพคล่องและการเพิ่มขึ้นของจำนวนคู่ซื้อขายของสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) แทน
แนวโน้ม Bitcoin (BTC) ยังอ่อนแรงจากดัชนี RSI ที่ทำจุดต่ำสุดลงต่อเนื่อง อาจลงมาทดสอบแนวรับที่ 90,500 ดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง หากหลุดระดับดังกล่าว อาจลงไปทดสอบที่ 86,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากจะฟื้นตัวกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ต้องผ่านระดับ 103,00 ดอลลาร์สหรัฐไปให้ได้ ถ้ายังไม่ผ่าน แนวโน้มยังคงเคลื่อนไหว Sideway
Ethereum (ETH) ปรับตัวลงแรง ระวังหลุดแนวรับที่ 3,100 ดอลลาร์สหรัฐเพราะจะทำให้แนวโน้มระยะสั้นกลับตัวเป็นขาลง หากสามารถยืนได้ จะมีเป้าหมายแนวต้านที่ต้องผ่านให้ได้อยู่ที่ระดับ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐ แนวโน้มจึงจะกลับตัวเป็นขาขึ้นโดยมีเป้าหมายที่ระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Velo (VELO) ทำผลตอบแทน 5.60% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด แนวโน้มกำลังเคลื่อนตัวแบบ Sideway Up โดยมีเป้าหมายแนวต้านอยู่ที่ 0.036 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ระดับ 0.024 ดอลลาร์สหรัฐ หาจังหวะเข้าซื้อที่แนวรับ
Ripple (XRP) ทำผลตอบแทน 3.85% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคามีการเบรคกรอบ Sideway ออกไปได้แล้วและมีการพักตัว เป้าหมายแนวต้านอยู่จุดสูงสุดเดิมที่ 2.90 ดอลลาร์สหรัฐ หากย่อตัวลง แนวรับที่สามาถเข้าซื้อได้อยู่ที่ระดับ 2.90 ดอลลาร์สหรัฐ หลุดจากราคานี้ให้ตัดขาดทุนไปก่อน
ราคา Bitcoin (BTC) ได้รับแรงกดดันจากมุมมองของตลาดที่คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) จะชะลอการลดดอกเบี้ยในปีนี้จากเดิมที่จะลดดอกเบี้ย 3 ครั้ง ทำให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น กดดันสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม หลังประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non Farm Payroll) และอัตราการว่างงาน ราคา Bitcoin ยังยืนเหนือแนวรับได้ บ่งบอกว่าตลาดอาจจะปรับตัวกับประเด็นการชะลอการลดอกเบี้ยไปแล้ว และกำลังจับตามองว่าหลังการรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการของ Donald Trump จะมีการดำเนินนโยบายด้านคริปโทเคอร์เรนซีทันทีเลยหรือไม่
สัปดาห์นี้จะมีการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อหรือดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพุธที่ 15 มกราคมนี้ ตลาดคาดว่าจะออกมาที่ 2.9% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 2.7% หากออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ จะเป็นผลดีต่อราคา Bitcoin แต่หากเพิ่มขึ้นจะส่งผลลบ โดยตัวเลขที่ออกมีผลกระทบต่อการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในช่วงสิ้นเดือนนี้
เหรียญทางเลือก (Altcoin) ในภาพรวมยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ ยังต้องรอให้ Bitcoin กลับมาสร้างผลตอบแทนดีขึ้นก่อน เม็ดเงินจึงจะเริ่มไหลกลับมายัง Altcoin ยังไม่ใช่จังหวะซื้อขายเก็งกำไร เน้นทยอยสะสมเหรียญพื้นฐานดีระยะยาว
กลยุทธ์การลงทุน เน้นสะสม Bitcoin และ Ethereum (ETH) ที่แนวรับ รวมถึงเหรียญ Altcoin พื้นฐานดี ตลาดกำลังรอความชัดเจนในด้านนโยบายการเงินและนโยบายของ Donald Trump ดังนั้น ควรชะลอการเก็งกำไรระยะสั้นก่อน
แหล่งอ้างอิง
คำเตือน
หมายเหตุ มุมมอง ข้อมูลความรู้ และความคิดเห็นถือมาเป็นเนื้อหาที่มาจากปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ถือเป็นการแสดงออกจากบิทาซซ่าและพนักงาน ทั้งอีเมลและเนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน