สัปดาห์ที่ 10-16 กุมภาพันธ์ 2569
กระทรวงการคลังเวียดนามเตรียมเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ซื้อขายคริปโตผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตในอัตรา 0.1% ต่อธุรกรรม กรณีนิติบุคคลจะเสียภาษีที่อัตรา 20% จากกำไรสุทธิหลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายแล้ว พร้อมเปิดรับใบสมัครแพลตฟอร์มซื้อขายหลังออกกฎระเบียบชัดเจน
Strategy รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ขาดทุนสุทธิสูง 12,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการขาดทุนรายไตรมาสที่ใหญ่ที่สุดจากการบันทึกขาดทุนทางบัญชีจากการถือครอง Bitcoin (BTC) อย่างไรก็ตาม Strategy ให้ความมั่นใจว่างบดุลยังแข็งแกร่ง จะต้องให้ราคา Bitcoin ร่วงแตะ 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ ค้างประมาณ 5-6 ปีถึงจะกระทบต่อการชำระหนี้
ธนาคารกลางจีนและหน่วยงานกำกับดูแลอีก 7 แห่งออกคำสั่งแบนการออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) รวมถึงสินทรัพย์ในโลกจริงที่ได้รับการแปลงเป็นโทเคน (Real World Asset) ที่มีมูลค่าอิงกับสกุลเงินหยวนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีผลบังคับใช้ครอบคลุมทั้งที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนและต่างประเทศ เนื่องจากมองว่า Stablecoin อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินและการควบคุมสกุลเงินของประเทศ
Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยืนยันว่า จะไม่มีการออกคำสั่งให้ธนาคารเอกชนเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมในกรณีที่ตลาดปรับตัวลดลง และยังมุ่งเน้นที่จะเก็บ Bitcoin ที่ได้มาจากการยึดทรัพย์ไว้ใน Bitcoin Strategic Reserve ตามเดิม
Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum รายงานการทำธุรกรรมขายเหรียญ Ethereum จำนวน 2,961 ETH มูลค่ารวม 6.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ราคาเฉลี่ย 2,228 ดอลลาร์สหรัฐ โดย Buterin เคยประกาศแผนการขายเหรียญเพื่อจุดประสงค์ด้านการกุศลและการพัฒนาโปรเจกต์
ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ร่วงลงเหลือเพียง 9 จาก 100 คะแนน ถือเป็นระดับ "Extreme Fear" ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 ช่วงที่บล็อกเชน Terra ล่มสลาย โดยราคา Bitcoin ปรับตัวลงมาแล้ว 50% จากจุดสูงสุด 126,000 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก Google Trends แสดงให้เห็นยอดค้นหาคำว่า Bitcoin ใน Google พุ่งสูงสุดในรอบปีที่ระดับ 100 หลังราคาร่วงแตะ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ บ่งบอกว่านักลงทุนรายย่อยอาจกลับมาให้สนใจใน Bitcoin มากขึ้น
Bitcoin (BTC) ฟื้นตัวขึ้นมาจาก RSI ที่เข้าเขต Oversold ระยะสั้นอาจเข้ารอบฟื้นตัว แต่หากไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐได้ แนวโน้มยังมีโอกาสปรับตัวลงได้ จับตาแนวรับที่ระดับ 62,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลุดจากระดับนี้ให้ชะลอลงทุนไปก่อน ตลาดยังขาดแรงเสริมให้สามารถขึ้นได้ต่อเนื่อง
Ethereum (ETH) ราคาฟื้นตัวเร็วหลังลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐ กำลังอยู่ในช่วง Sideway เพื่อที่จะเลือกทิศทางต่อ หากปรับตัวขึ้นต่อ จะมีเป้าหมายที่ 2,350 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หากปรับตัวลง ระวังอย่าให้หลุดแนวรับที่ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ ไม่งั้นแนวโน้มจะปรับตัวลงต่อ
Coin98 (C98) ทำผลตอบแทน 40.30% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มราคาแข็งกว่าภาพรวมตลาด หาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวได้ จุดซื้อแรกอยู่ที่แนวรับ 0.0225 ดอลลาร์สหรัฐ แนวต้านขายทำกำไรที่จุดสูงสุดเดิม 0.0335 ดอลลาร์สหรัฐ
MemeCore (M) ทำผลตอบแทน 25.65% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคามีความผันผวนสูง ระวังหลุดแนวรับที่จุดต่ำสุดเดิมที่ 1.20 ดอลลาร์สหรัฐ เพราะแนวโน้มจะกลับตัวเป็นขาลงต่อ หากยืนได้ จะมีเป้าหมายแนวต้านที่จุดสูงสุดเดิมที่ 1.90 ดอลลาร์สหรัฐ
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีและ Bitcoin (BTC) ปรับตัวลงแรงจากความกังวลว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่นิยมการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดประกอบกับแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจากความกังวลเรื่องงบลงทุนด้าน AI ที่สูงขึ้น
การที่ราคาหลุดระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐลงมาเป็นแรงกดดันให้ผู้ลงทุนผ่าน ETF ที่มีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ระดับราคาดังกล่าว อีกทั้งยังลงมาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต้นทุนการถือครอง Bitcoin ของบริษัท Strategy ที่ 76,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิด Panic Sell ตามมา กดราคาแตะ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐก่อนจะมีแรงซื้อกลับมา
แรงกดดันตลาดเริ่มผ่อนคลายหลัง Strategy ออกมายืนยันว่า ราคา Bitcoin ที่ลงมาต่ำกว่าต้นทุนไม่กระทบต่องบดุล ประกอบกับราคาปรับตัวลงมาเร็วและแรงจนเกิดภาวะ Oversold ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามา
ยังมองว่าระยะสั้นตลาดยังสามารถฟื้นตัวได้จากแรงซื้อกลับ แต่ระยะกลางโมเมนตัมราคายังอ่อนแอและขาดปัจจัยบวกใหม่มาช่วยหนุน จึงยังต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน
เหตุการณ์สำคัญในสัปดาห์นี้อยู่ในวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะมีการประกาศตัวเลขอัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non Farm Payroll) คาดออกมาที่ 70,000 ตำแหน่ง เพิ่มจากเดือนก่อนที่ 50,000 ตำแหน่ง หากออกมาต่ำกว่าคาดจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นตลาดในประเด็นนโยบายการเงินได้ระดับหนึ่ง
กลยุทธ์การลงทุน: จับตาราคา Bitcoin หากลงมาไม่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิมที่ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถทยอยซื้อระยะกลางถึงยาวได้ แต่หากหลุดลงมาให้ชะลอลงทุนไปก่อน
แหล่งอ้างอิง
คำเตือน
หมายเหตุ มุมมอง ข้อมูลความรู้ และความคิดเห็นถือมาเป็นเนื้อหาที่มาจากปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ถือเป็นการแสดงออกจากบิทาซซ่าและพนักงาน ทั้งอีเมลและเนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน